- 09 ต.ค. 2569
ความดันปกติก็เสี่ยงสโตรกได้! "หมอเจด" โพสต์เตือน 4 ปัจจัยอันตราย ทั้งน้ำตาลสูง LDL สูง สูบบุหรี่ และหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช็กด่วนก่อนสาย
ความดันปกติ ยังเสี่ยงสโตรกได้! ถ้ามี 4 ข้อนี้ "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
เช้านี้ใครตื่นแล้ว
มาเช็กสุขภาพสมองกับผมหน่อยครับ!
ใครเคยวัดความดันแล้วได้ 120/80
หรือใกล้เคียง ยกมือหน่อยครับ 555
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน
เพราะผมมีอีก 4 คำถาม
อยากให้ลองตอบตัวเองครับ
น้ำตาลในเลือดสูงไหม?
LDL สูงหรือเปล่า?
ยังสูบบุหรี่อยู่ไหม?
เคยมีหัวใจเต้นผิดจังหวะไหม?
ถ้ามีข้อไหนตอบว่า “ใช่”
ผมอยากให้อ่านต่อครับ
เพราะความดันปกติเป็นเรื่องดี
แต่ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดสมอง
จะปลอดภัยจากสโตรกเสมอไป
โดยเฉพาะถ้ามีความเสี่ยงหลายข้อ
เกิดขึ้นร่วมกัน ยิ่งต้องใส่ใจครับ
.
ทำไมความดันดี ยังเป็นสโตรกได้?
สโตรก (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง
เกิดจากหลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตก
ความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวครับ
บางครั้งเกิดจากคราบไขมันสะสม
จนหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน
บางครั้งเกิดจากลิ่มเลือดในหัวใจ
แล้วหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง
ลองนึกภาพท่อน้ำในบ้านครับ
ต่อให้แรงดันน้ำปกติ
แต่ถ้าข้างในท่อมีคราบสะสม
หรือมีอะไรหลุดมาอุดทางเดิน
น้ำก็ไหลผ่านไม่ได้อยู่ดี
หลอดเลือดของเราก็คล้ายกันครับ
เพราะฉะนั้น นอกจากความดันแล้ว
ผมอยากให้เช็กอีก 4 เรื่องนี้ด้วย
1️⃣ น้ำตาลสูง — หลอดเลือดเสียหายได้ แม้ยังไม่มีอาการ
น้ำตาลสูงเรื้อรัง
ทำให้ผนังหลอดเลือดทำงานผิดปกติ
และเพิ่มโอกาสเกิดคราบไขมันสะสม
โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน
ร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน
หรือมีไขมันในเลือดสูงครับ
ปัญหาคือช่วงแรกอาจไม่มีอาการเลย
ไม่หิวน้ำ ไม่ปัสสาวะบ่อย
ไม่เหนื่อยผิดปกติ
แต่ผลเลือดเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
.
ผมจึงอยากให้รู้จัก 2 ค่านี้ครับ
FBS คือน้ำตาลหลังอดอาหาร
HbA1c คือน้ำตาลสะสม
สะท้อนระดับน้ำตาลช่วง 2–3 เดือน
ถ้า HbA1c อยู่ที่ 5.7–6.4%
ถือว่าเข้าเกณฑ์ภาวะก่อนเบาหวาน
ถ้าตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป
เข้าเกณฑ์เบาหวาน
ซึ่งโดยทั่วไปต้องตรวจยืนยันครับ
ยิ่งมีพุงหรือประวัติครอบครัว
เป็นเบาหวาน ยิ่งควรใส่ใจ
เพราะการเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้
ช่วยลดความเสี่ยงระยะยาวได้ครับ
2️⃣ LDL สูง — ความดันสวย แต่หลอดเลือดอาจไม่สวยตาม
ถ้าเกิดว่าความดันอยู่ที่ 118/76
แต่ LDL สูงมาหลายปี
แบบนี้ผมยังห่วงหลอดเลือดครับ
เพราะ LDL เป็นปัจจัยสำคัญ
ที่ทำให้เกิดคราบไขมันสะสม
ในผนังหลอดเลือด
เราเรียกกระบวนการนี้ว่า
Atherosclerosis
คราบไขมันอาจทำให้หลอดเลือดตีบ
และบางครั้งเกิดลิ่มเลือดตามมา
จนทำให้หลอดเลือดอุดตันได้
ที่น่าห่วงคือ LDL สูง
แทบไม่มีอาการเตือนครับ
ยังเดินได้ ทำงานได้
ออกกำลังกายได้เหมือนเดิม
แต่ความเสี่ยงอาจสะสมไปเรื่อย ๆ
ถ้ามีผลตรวจสุขภาพอยู่แล้ว
ลองเปิดดูค่า LDL ของตัวเองครับ
ส่วนคนที่มีความเสี่ยงสูง
แพทย์อาจพิจารณาค่า ApoB
เพื่อดูอนุภาคไขมันก่อหลอดเลือด
หรือค่า Lp(a) ที่เกี่ยวข้อง
กับความเสี่ยงทางพันธุกรรม
เพราะบางคนดูแลตัวเองดีมาก
แต่ Lp(a) ก็ยังสูงได้ครับ
3️⃣ สูบบุหรี่ — ความดันดี ก็ชดเชยผลเสียจากบุหรี่ไม่ได้
ข้อนี้ผมอยากให้จริงจังครับ
ต่อให้ความดันอยู่ที่ 120/80
แต่ถ้ายังสูบบุหรี่ทุกวัน
ความเสี่ยงสโตรกก็ยังเพิ่มขึ้น
เพราะสารในควันบุหรี่
ทำร้ายผนังหลอดเลือดโดยตรง
กระตุ้นการอักเสบ
ทำให้เกล็ดเลือดเกาะกลุ่มง่ายขึ้น
และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด
พูดง่าย ๆ คือบุหรี่ไม่ต้องรอ
ให้ความดันสูงก่อนครับ
มันก็ทำร้ายหลอดเลือดได้แล้ว
แม้แต่ควันบุหรี่มือสอง
ก็เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดได้
ข่าวดีคือ การเลิกบุหรี่
ช่วยลดความเสี่ยงสโตรกในระยะยาว
ไม่ว่าจะสูบมานานแค่ไหน
เริ่มเลิกวันนี้ก็ยังมีประโยชน์ครับ
4️⃣ หัวใจเต้นผิดจังหวะ AF — ลิ่มเลือดเริ่มจากหัวใจ ไปจบที่สมองได้
ข้อนี้ผมอยากให้จำให้แม่นครับ
เพราะสโตรกบางครั้ง
ไม่ได้เริ่มจากหลอดเลือดสมอง
แต่เริ่มจากหัวใจของเราเอง
Atrial Fibrillation หรือ AF
คือภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ
ทำให้หัวใจห้องบนบีบตัว
ได้ไม่เป็นปกติ
เลือดบางส่วนจึงอาจค้างอยู่
จนเกิดลิ่มเลือดภายในหัวใจ
ถ้าลิ่มเลือดหลุดออกมา
ก็อาจไปอุดหลอดเลือดสมองได้ครับ
ที่สำคัญคือคนที่มี AF
บางรายไม่มีอาการใจสั่นเลย
หรืออาจเป็น ๆ หาย ๆ
จนตอนวัดชีพจรกลับดูปกติ
ถ้ามีใจสั่นซ้ำ ๆ
ชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ
หรือนาฬิกาแจ้งเตือนผิดปกติบ่อย
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจ ECG
หรือประเมินจังหวะหัวใจเพิ่มเติมครับ
ส่วนคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น AF
แพทย์จะประเมินความเสี่ยงสโตรก
และพิจารณายาป้องกันลิ่มเลือด
อย่าซื้อแอสไพรินหรือยา
ต้านการแข็งตัวของเลือดมากินเอง
เพราะยาเหล่านี้มีความเสี่ยงเลือดออก
และต้องใช้ตามข้อบ่งชี้ครับ
แล้วถ้าไม่มีทั้ง 4 ปัจจัยนี้เลยล่ะ?
ถือเป็นเรื่องดีครับ
แต่ยังมีความเสี่ยงอื่นที่ต้องดูด้วย
เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น
โรคไต โรคหลอดเลือดเดิม
และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
รวมถึงน้ำหนักตัว
ประวัติครอบครัว และการใช้ชีวิต
เพราะปัจจัยเสี่ยงไม่ได้ทำงาน
แยกจากกันเสมอไปครับ
ยิ่งมีหลายปัจจัยร่วมกัน
ยิ่งต้องประเมินความเสี่ยงโดยรวม
เช้านี้ ผมอยากชวนเช็ก 4 อย่าง
1. วัดความดัน
ถ้ามีเครื่องที่บ้าน
ลองวัดขณะพักอย่างถูกวิธี
แล้วดูค่าเฉลี่ยจากหลายวันครับ
2. เปิดผลเลือดล่าสุด
ดู FBS, HbA1c และ LDL
ว่ามีตัวไหนเริ่มสูงหรือเปล่า
3. ทบทวนเรื่องบุหรี่
ถ้ายังสูบอยู่
ลองเริ่มวางแผนเลิกตั้งแต่วันนี้
4. สังเกตจังหวะหัวใจ
ถ้าใจสั่นซ้ำ ๆ หรือชีพจรไม่สม่ำเสมอ
ควรตรวจหาสาเหตุครับ
และอีกเรื่องที่สำคัญมาก
ถ้าอยู่ดี ๆ หน้าเบี้ยว
แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว
หรือพูดไม่ชัด
รวมถึงมองเห็นผิดปกติฉับพลัน
หรือเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน
ให้รีบโทร 1669 ทันทีครับ
แม้อาการจะดีขึ้นเอง
ก็ยังต้องรีบประเมิน
เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือน
ของโรคหลอดเลือดสมองได้
ความดันปกติเป็นข่าวดีครับ
แต่ยังไม่ได้แปลว่าเราปลอดภัย
จากโรคหลอดเลือดสมองทุกด้าน
น้ำตาล LDL บุหรี่ และ AF
เป็นอีก 4 เรื่องที่ต้องใส่ใจ
เช้านี้ถ้าใครวัดความดันแล้วตัวเลขสวย
ผมก็ดีใจด้วยครับ
แต่อย่าลืมเปิดผลเลือดด้วย
แล้วลองดูว่าเรามีความเสี่ยง
เรื่องไหนที่ยังไม่ได้ดูแลบ้าง
เพราะการป้องกันสโตรกที่ดี
ไม่ใช่รอให้มีอาการแล้วค่อยรักษา
แต่คือรู้ความเสี่ยงให้ทัน
ในวันที่เรายังแข็งแรงดีครับ
