เกินคาด " 5 เครื่องปรุง" ยอดฮิต หวานไม่มาก แต่ที่แท้ น้ำตาลมาเต็ม

“หมอเจด” เตือน 5 เครื่องปรุงใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม แม้ไม่ใช่ของหวาน แต่มีน้ำตาลแฝง แนะคนคุมน้ำตาล-ลดพุงเช็กฉลากให้ดี

"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

เรื่องน้ำตาลนี่ผมว่าแอบเก่งครับ
บางทีเราเลิกน้ำอัดลมแล้ว
กาแฟก็สั่งไม่หวาน
ขนมก็กินน้อยลง
แต่พอกินข้าวจริง ๆ
เหยาะซอสหน่อย
ราดน้ำจิ้มอีกนิด
เติมน้ำสลัดอีกหน่อย
รวมทั้งวัน น้ำตาลกลับเข้ามาจาก
“ของที่เราไม่นับว่าเป็นของหวาน” เยอะเหมือนกันครับ
โดยเฉพาะคนที่กำลังคุมน้ำตาล คุม TG หรือลดพุง
ผมอยากให้ลองเปิดตู้เย็นแล้วดู 5 อย่างนี้ครับ

1️⃣ ซอสมะเขือเทศ — กินกับของคาว แต่ข้างในมีน้ำตาลได้ไม่น้อย
เวลาเราบีบซอสมะเขือเทศ ก็มักไม่ได้รู้สึกว่ากำลังกินของหวานครับ
ไข่เจียวก็ใส่
ไส้กรอกก็ใส่
เฟรนช์ฟรายส์ก็จิ้ม
แต่ซอสมะเขือเทศสำเร็จรูปหลายสูตรมีน้ำตาลเติมเข้าไป
เพื่อให้รสเปรี้ยว หวาน เค็มลงตัว
ปัญหาคือเราไม่ค่อยใช้แค่หยดเดียว
บีบทีหนึ่งก็ลากยาว
ถ้ากินบ่อย ลองพลิกฉลากดูครับว่า
น้ำตาลต่อหนึ่งช้อนกินข้าวเท่าไร
แล้วค่อยดูต่อว่าในชีวิตจริงเราใช้กี่ช้อน
ตัวเลขบนฉลากกับปริมาณที่เทลงจาน บางทีคนละเรื่องเลยครับ

2️⃣ ซอสพริก — เผ็ดนำ จนเราลืมไปว่ามีหวานตาม
ซอสพริกเป็นอีกตัวที่หลอกลิ้นเก่งครับ
เพราะพอมีความเผ็ด
เราจะไม่รู้สึกว่ามันหวานมาก
แต่หลายสูตรเติมน้ำตาลค่อนข้างเยอะ เพื่อให้รสเผ็ดกินง่ายขึ้น
ยิ่งกินกับของทอด ของชุบแป้ง หรือไส้กรอก
จากเดิมที่อาหารก็พลังงานสูงอยู่แล้ว
ยังมีน้ำตาลจากซอสเข้ามาเพิ่มอีกครับ
ถ้าชอบจริงไม่ต้องเลิก
แค่จาก “เทจนเต็มจาน”
เปลี่ยนเป็นแบ่งใส่ถ้วยเล็ก ๆ ก่อน
เราจะเห็นทันทีว่าใช้จริงเยอะแค่ไหนครับ

3️⃣ น้ำจิ้มสุกี้ — ผักเต็มหม้อ แต่พลาดตรงถ้วยน้ำจิ้มได้
อันนี้น่าเสียดายครับ
บางคนเลือกกินสุกี้เพราะตั้งใจคุมอาหารมาก
มีผัก
มีไข่
มีเนื้อ
ลดเส้นแล้วด้วย
ทุกอย่างกำลังดีเลย
แต่พอน้ำจิ้มมา
เติมหนึ่งถ้วยไม่พอ เติมถ้วยสองต่อ
น้ำจิ้มสุกี้หลายสูตรมีทั้งน้ำตาล โซเดียม และซอสหลายชนิดรวมกันครับ
เพราะฉะนั้นมื้อสุกี้ไม่ได้เสียเพราะสุกี้
บางทีมันเสียตรงที่ เรากินน้ำจิ้มเหมือนเป็นน้ำแกง
ผมชอบให้ตักพอประมาณก่อน แล้วค่อยเติมถ้าจำเป็น
แบบนี้ควบคุมง่ายกว่าเยอะครับ

4️⃣ ซอสหอยนางรมและซอสผัดสำเร็จรูป — ไม่หวานชัด แต่มีน้ำตาลช่วยปรุงรส
เวลาเข้าครัว หลายบ้านหยิบซอสหอยนางรมแบบอัตโนมัติเลยครับ
ผัดผักก็ใส่
หมักหมูก็ใส่
ทำข้าวผัดก็ใส่
รสชาติไม่ได้หวานแบบขนม เราเลยไม่ค่อยนับมันเป็นน้ำตาล
แต่ซอสหอยนางรมและซอสผัดสำเร็จรูปหลายชนิด
พวกนี้มีน้ำตาลอยู่ในส่วนผสมครับ
ที่ต้องระวังคือ หนึ่งจานบางทีเราไม่ได้ใส่ซอสชนิดเดียว
ซอสหอย
ซีอิ๊ว
น้ำปลา
น้ำตาลอีกนิด
ถ้ากำลังคุมน้ำตาลกับความดันอยู่
เรื่องนี้เลยได้ทั้ง “หวานแฝง” และ
“เค็มแฝง” พร้อมกันเลยครับ

5️⃣ น้ำสลัด — ผักดีมาก แต่ราดจนกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อันนี้คนลดน้ำหนักเจอกันบ่อยครับ
สั่งสลัด
รู้สึกว่ามื้อนี้เบาแล้ว
แต่ใช้น้ำสลัดครีมหรือสูตรหวานไปครึ่งถ้วย
พลังงานกับน้ำตาลก็ขึ้นได้เร็วเหมือนกัน
โดยเฉพาะน้ำสลัดบางสูตรที่มีทั้งน้ำตาล ไขมัน และมายองเนส
ไม่ได้หมายความว่าน้ำสลัดกินไม่ได้ครับ
แค่ลองเปลี่ยนจาก “ราดทั่วทั้งจาน” เป็น ตักเล็กน้อยแล้วคลุกให้ทั่ว
รสยังมี
แต่ปริมาณลดลงเยอะ
บางครั้งลดพลังงานโดยที่แทบไม่รู้สึกว่ากำลังคุมอาหารเลยครับ

ถ้าจะดูว่าน้ำตาลแฝงเยอะไหม อย่าดูแค่คำว่า “หวานน้อย”
• พลิกดูช่อง น้ำตาล ในตารางโภชนาการ
• ดู หนึ่งหน่วยบริโภค ด้วย เพราะเราอาจกินมากกว่าที่ฉลากคำนวณไว้
• ดูส่วนผสม ถ้าน้ำตาล น้ำเชื่อม กลูโคส หรือไซรัปอยู่ต้น ๆ รายการ แปลว่ามีสัดส่วนไม่น้อย
• เลือกสูตรน้ำตาลต่ำได้ แต่ยังต้องดูโซเดียมด้วยครับ

ถ้ากำลังคุมน้ำตาลอยู่ ผมไม่อยากให้ชีวิตกลายเป็น
การกลัวข้าว กลัวผลไม้ แต่กลับไม่เคยมองขวดซอสที่ใช้ทุกวันเลยครับ
เพราะบางครั้งน้ำตาลไม่ได้มาในรูปเค้กหรือชาเย็น
มันมาในรูป
ซอสที่บีบเพลิน
น้ำจิ้มที่เติมซ้ำ
แล้วก็น้ำสลัดที่เราคิดว่า “สุขภาพดีอยู่แล้ว”
เย็นนี้ถ้าได้ทำกับข้าว
ลองหยิบเครื่องปรุงที่ใช้ประจำขึ้นมาสักขวด
แล้วพลิกดูน้ำตาลต่อหนึ่งหน่วยบริโภคครับ
มีโอกาสเจอตัวที่ทำให้พูดว่า
“เฮ้ย อันนี้ก็มีด้วยเหรอ?” ได้เหมือนกันครับ