คิดผิดหมด เฉลยแล้ว "ไตรกลีเซอไรด์สูง" ต้องลดแป้ง หรือของมันก่อน

กินของทอดน้อยแต่ทำไมไขมันยังสูง? "หมอเจด" เผยสาเหตุไตรกลีเซอไรด์พุ่งที่หลายคนมองข้าม ทั้งข้าว แป้ง น้ำตาล และแอลกอฮอล์ พร้อมแนะวิธีลดค่า TG

"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

🍺 ทำไมบางคนกินไม่หวาน แต่ไตรกลีเซอไรด์ยังสูง?
บางคนบอกผมว่า
ไม่ได้กินน้ำอัดลมเลย
ขนมหวานก็กินนาน ๆ ครั้ง
แต่เย็นวันศุกร์มีเบียร์
เสาร์อาทิตย์ก็สังสรรค์อีกหน่อย
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องดูครับ
เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการเผาผลาญไขมัน
และกระตุ้นการสร้างไตรกลีเซอไรด์ที่ตับได้
ยิ่งคนที่ TG สูงอยู่แล้ว
การดื่มแอลกอฮอล์ก็อาจทำให้
ตัวเลขลดลงได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีกครับ
เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี
ภาวะไทรอยด์ต่ำ และยาบางชนิด
บางคนถึงจะคุมอาหารพอสมควรแล้ว
ค่า TG ก็ยังสูงอยู่ได้
เพราะมีปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย
ผมเลยอยากให้มองทั้งพฤติกรรม
และผลตรวจสุขภาพของตัวเองไปพร้อมกันครับ

บางคนตรวจเลือดแล้วเจอ
ไตรกลีเซอไรด์ 250 บ้าง 300 บ้าง
กลับบ้านไปก็เริ่มงดของทอด
งดหมูสามชั้น งดหนังไก่
เพราะคิดว่าไขมันสูงก็ต้องลดของมันก่อน
แต่พอตรวจเลือดอีกที
ทำไมตัวเลขถึงยังไม่ค่อยลง?
เรื่องนี้ผมอยากให้ลองคิดตามครับ
เพราะไตรกลีเซอไรด์ที่อยู่ในเลือด
ไม่ได้มาจากไขมันที่เรากินอย่างเดียว
ข้าว แป้ง น้ำตาล รวมถึงแอลกอฮอล์
ก็มีส่วนทำให้ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นได้
แล้วถ้าอยากให้ TG ลดลงจริง ๆ
เราควรเริ่มจากลดอะไรก่อน?
วันนี้ผมจะอธิบายให้เข้าใจกันครับ

🍚 ต้องลดแป้งหรือของมันก่อน?
ถ้าไตรกลีเซอไรด์อยู่ประมาณ 200–499
โดยเฉพาะคนที่ชอบกินแป้งและน้ำตาลเยอะ
ผมอยากให้เริ่มจริงจังกับการลดน้ำหวาน
น้ำตาลเติม และแป้งขัดสีก่อนครับ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะ
บางคนเลิกกินหมูกรอบแล้ว
แต่ข้าวยังสองจานเหมือนเดิม
เช้ามีกาแฟหวานหนึ่งแก้ว
บ่ายก็ขนมปังอีกสองแผ่น
พลังงานส่วนเกินที่ร่างกายใช้ไม่หมด
โดยเฉพาะจากน้ำตาลและแป้งขัดสี
สามารถกระตุ้นให้ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์
แล้วส่งออกมาในกระแสเลือดมากขึ้นได้
เพราะฉะนั้นถ้า TG สูงอยู่
ผมอยากให้ลองกลับไปดูทั้งจานข้าว
และเครื่องดื่มที่กินทุกวันครับ
บางทีสิ่งที่ควรลดก่อน
อาจไม่ใช่ของทอดอย่างเดียวก็ได้

🥓 แล้วของมันล่ะ ยังต้องลดอยู่ไหม?
เพราะบางคนพอได้ยินว่า
ลดแป้งช่วยให้ไตรกลีเซอไรด์ลง
ก็หันไปกินหมูสามชั้น เบคอน
หรือเนื้อติดมันแทนข้าวกันเลย
แบบนี้ก็ต้องระวังเหมือนกันครับ
เพราะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
อาจทำให้ LDL หรือไขมันเลวเพิ่มขึ้น
ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ
ส่วนอาหารทอดที่ให้พลังงานสูง
ถ้ากินบ่อยจนพลังงานเกิน
ก็ส่งผลต่อน้ำหนักและไขมันสะสมได้
ผมอยากให้เลือกไขมันให้เหมาะมากกว่า
เช่น กินปลา ถั่ว หรือใช้น้ำมันมะกอก
และน้ำมันไม่อิ่มตัวในปริมาณพอดี
ส่วนเนื้อติดมัน ของทอด และไขมันอิ่มตัว
ก็ค่อย ๆ ลดลงครับ
เรื่องนี้จึงต้องดูทั้ง TG และ LDL
เพราะเราอยากให้ไขมันในเลือดดีขึ้น
พร้อมกับลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย

📉 ถ้าปรับการกินจริงจัง ต้องรอนานแค่ไหนค่า TG ถึงจะลง?
ข่าวดีคือไตรกลีเซอไรด์
เป็นค่าไขมันที่ตอบสนองต่อการปรับพฤติกรรม
ได้ค่อนข้างดีในหลายคนครับ
โดยเฉพาะการลดน้ำหวาน แป้งขัดสี
ลดหรือหยุดแอลกอฮอล์
ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกาย
บางคนเริ่มเห็นตัวเลขเปลี่ยนแปลง
ภายในไม่กี่สัปดาห์
โดยทั่วไปเรามักประเมินผลเลือดซ้ำ
หลังปรับพฤติกรรมประมาณ 4–12 สัปดาห์
ถ้ามีน้ำหนักเกินร่วมด้วย
การลดน้ำหนักประมาณ 5–10%
ก็อาจช่วยให้ TG ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
แต่ผมอยากให้ดูมากกว่าตัวเลขครั้งเดียวนะครับ
เพราะค่า TG เปลี่ยนแปลงได้ตามอาหาร
แอลกอฮอล์ ระยะเวลาการอดอาหาร
และภาวะสุขภาพในช่วงที่ตรวจ
การติดตามผลภายใต้เงื่อนไขใกล้เคียงกัน
จึงช่วยให้เราเห็นแนวโน้มได้ชัดขึ้นครับ

สูตรจัดจานลดไตรกลีเซอไรด์ฉบับผม เริ่มจากมื้อถัดไปได้เลย!
ถ้าอยากให้ TG ลง
ผมอยากให้เริ่มจากสิ่งที่เรากินทุกวันครับ
ไม่ต้องเปลี่ยนอาหารทั้งบ้านในวันเดียว
• เริ่มจากแก้วน้ำก่อน — เปลี่ยนชาเย็น กาแฟหวาน น้ำอัดลม เป็นน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่เติมน้ำตาล เพราะน้ำตาลจากเครื่องดื่มเป็นสิ่งที่เราลดได้ง่าย
• ลดข้าวพูนจานและเส้นพิเศษ — ปรับปริมาณข้าวให้เหมาะกับกิจกรรม เพิ่มผัก เลือกข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อให้ได้ใยอาหารมากขึ้น
• เลือกโปรตีนให้ดี — เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และเนื้อไม่ติดมัน ลดอาหารทอด เนื้อแปรรูป และเนื้อติดมันที่กินบ่อย ๆ
• เพิ่มไขมันดีในปริมาณพอดี — เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ถั่ว และน้ำมันมะกอก โดยเฉพาะโอเมก้า-3 จากปลาที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ
• พักแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง — โดยเฉพาะคนที่ TG สูงต่อเนื่อง เพราะแอลกอฮอล์สามารถทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้
• เดินหลังอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ — ลองเดินหลังมื้ออาหาร 10–15 นาที และสะสมการออกกำลังกายระดับปานกลางให้ได้ประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์
แนวทางดูแลไขมันในเลือดปี 2026 ก็ให้ความสำคัญกับการลดน้ำตาลเติม แป้งขัดสี ไขมันอิ่มตัว และแอลกอฮอล์ ควบคู่กับการออกกำลังกายและดูแลน้ำหนักครับ

แล้ว TG ระดับไหน ต้องจริงจังเป็นพิเศษ?
ตัวเลขนี้ผมอยากให้จำไว้ครับ
• 200–499 mg/dL — ถือว่าสูงแล้ว ควรปรับอาหาร ออกกำลังกาย และประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงพิจารณาการรักษาตามความเสี่ยง
• ตั้งแต่ 500 mg/dL — ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนลด TG อย่างจริงจัง เพราะความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบเริ่มเพิ่มขึ้น และบางคนจำเป็นต้องได้รับยา
• ตั้งแต่ 1,000 mg/dL — ความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบสูงมากขึ้น ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ทั้งเรื่องอาหารและการรักษา
สรุป
ถ้าไตรกลีเซอไรด์เกิน 200
แล้วกำลังคิดว่าจะลดแป้งหรือของมันก่อน
ผมอยากให้ลองเริ่มจากน้ำหวาน
แป้งขัดสี และแอลกอฮอล์ที่กินอยู่ครับ
พร้อมกับลดไขมันอิ่มตัวและเลือกไขมันดีให้เหมาะสม
เพราะบางครั้งตัวการที่ทำให้ TG สูง
อาจไม่ใช่หมูทอดชิ้นที่เรากลัว
แต่เป็นข้าวพูนจานกับเครื่องดื่มหวาน
ที่เรากินจนเป็นเรื่องปกตินี่แหละครับ
ลองเริ่มปรับจากมื้อวันนี้
แล้วติดตามผลเลือดอย่างต่อเนื่อง
ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง
มีค่ากว่าการอดอาหารอย่างหนักเพียงไม่กี่วันครับ