อย่ารังแกพุทธด้วยกัน!! เปิดใจ "ดร.บรรจบ" ชี้เป้าให้สำนักพุทธฯ ตรวจสอบทุกประเด็นดราม่า "เจ้าสำนักเตโชฯ" ให้ยึดพระธรรมวินัย อย่ามัวเอาใจใคร!!

ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th

อย่ารังแกพุทธด้วยกัน!! เปิดใจ "ดร.บรรจบ" ชี้เป้าให้สำนักพุทธฯ ตรวจสอบทุกประเด็นดราม่า "เจ้าสำนักเตโชฯ" ให้ยึดพระธรรมวินัย อย่ามัวเอาใจใคร!!

 

         จากกรณีของอาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล เจ้าสำนักเตโชวิปัสสนา กับประเด็นที่เธอออกมาบอกว่า ไม่ได้ออกบวชก็สามารถบรรลุธรรมได้ และได้อ้างตัวว่า เป็น "ฆราวาสบรรลุธรรม" ที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ จากการเปิดประเด็นของเว็บไซต์ alittlebuddha ที่ออกมาเปิดประเด็นถึงเรื่องนี้เป็นรายแรก และมีนักวิชาการ นักเขียนหลายท่านที่ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว รวมไปถึงภาพที่ถูกแชร์ไปอย่างมากถึงความเหมาะสมของอาจารย์อ้อย อัจฉราวดี ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในสังคมในขณะนี้ และทางสำนักพุทธได้เข้าตรวจสอบทางมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิตแล้ว 

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :  ไม่นิ่งนอนใจ!! สำนักพุทธฯ เข้าตรวจสอบความไม่เหมาะสม "สำนักเตโชฯ" ของ "อ.อ้อย อัจฉราวดี" เหตุอ้างตนว่าเป็น "ผู้บรรลุธรรม" !!

อย่ารังแกพุทธด้วยกัน!! เปิดใจ "ดร.บรรจบ" ชี้เป้าให้สำนักพุทธฯ ตรวจสอบทุกประเด็นดราม่า "เจ้าสำนักเตโชฯ" ให้ยึดพระธรรมวินัย อย่ามัวเอาใจใคร!!

 

         ล่าสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโท ดร. บรรจบ บรรณรุจิ อดีตอนุศาสนาจารย์ ประจำกรมยุทธศึกษาทหารบก และกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Banjob Bannaruji - บ้านบรรณรุจิ ถึงกรณีของอาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล เจ้าสำนักเตโชวิปัสสนา โดยระบุข้อความว่า

         หลายคำถามเกึ่ยวกับอัจฉราวดี มีทั้งตอบได้และตอบไม่ได้ เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ? ลองมาดูกัน ติงสำนักพุทธทำให้รอบคอบ อย่าผลีผลาม จะถูกหาว่าดีแต่รังแกพุทธ ทีกับศาสนาอื่นละหัวหดเลย

+×÷=+×÷=

(Many questions on the movements of a Buddhist woman Atcharavadi, who is now well known in Thai society, are of two situations - answerable and unanswerable. This article tries to make clear the answerable points of enlightenment and tejovipassana according to the evident information in the Buddhist scripture, and to avoid the answering of the attack on the behaviors of Thai Buddhist monks, most of whom are accused by her of guilt in leading Buddhists to wrong ways against the Buddha's teachings. A best way to make the question clearer must come out of mouths of the monks themselves.)

เรื่องของ อ.อัจฉราวดี สาวไฮโซเผยแผ่ธรรมจนมีลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง อยู่ในความสนใจของสังคม

          ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้มองว่ายุ่งทุกเรื่อง อีกอย่าง ผู้ที่จะทำความเข้าใจกับสังคมได้ก็มีอยู่เยอะ จึงต้องการให้โอกาสคนอื่นทำงานบ้าง แต่กระนั้น โทรทัศน์ TNN ของทรูก็แวะเวียนมาสัมภาษณ์จนได้ เมื่อวันที่ ๒๙ ม.ค. และเมื่อวันที่ ๓๐ ไปออก DDTV พระครูปลัดณรงค์ฤทธิ์พิธีกรดังก็ชวนคุยเรื่องนี้อีก เลยตัดสินใจว่าเขียนก็เขียน งานนี้คงไม่ได้ใจใครเลย ไม่ว่าฝ่ายลูกศิษย์ อ.อัจฉราวดี เพราะไม่ได้ว่าท่านถูกทั้งหมด หรือไม่ว่าฝ่ายดุเดือดเลือดพล่านที่ด่าลูกเดียว เพราะไม่ได้ว่าท่านผิดทั้งหมด ยึดถือตามข่าวที่มีมามีทั้งผิดและไม่ผิด ซึ่งเมื่อจะตอบแก่สังคมมีทั้งที่ตอบได้และตอบไม่ได้

ที่ตอบได้ คือ

๑. ฆราวาสบรรลุธรรม

          เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะตั้งแต่ครั้งพุทธกาลมาก็มีฆราวาสจำนวนมากบรรลุธรรมที่รู้จักกันดี เช่น พระเจ้าพิมพิสาร นางวิสาขาอนาถบิณฑิกะ นี่คนรวยมีทั้งพระราชาทั้งเศรษฐี นักธุรกิจใหญ่ก็เช่น วิสาขะ ซึ่งเป็นเพื่อนกับพระเจ้าพิมพิสาร ยังคนยากคนจนก็บรรลุได้ เช่น ชาวนา ขอทาน อย่างสุปปพุทธกุฏฐิ ขี้เรื้อนขึ้นเต็มตัว แต่ฟังพระพุทธเจ้าเทศน์แล้วสำเร็จเป็นพระโสดาบัน

           อย่าว่าแต่แค่เป็นพระโสดาบันเลย ที่เป็นพระอนาคามีก็มี เช่น โสณโกฏิกัณณะ นักธุรกิจแคว้นอวันตี ก็บรรลุเป็นพระอนาคามีในเพศฆราวาส และยังทำธุรกิจอยู่ แต่ไม่หวังกำไร สูงไปกว่านั้น คือ ยสะ ลูกชายเศรษฐีเมืองพาราณสี ท่านเองฟังพระพุทธเจ้าเทศน์แล้วบรรลุ จนถึงกับอุทานว่า

"เราบรรลุเป็นพระอรหันต์ขณะที่เนื้อตัวยังหอมกรุ่นด้วยเครื่องลูบไล้"

           สรุปแล้วเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า อ.อัจฉราวดี มีศักยภาพถึงขั้นบรรลุธรรมจริงหรือไม่ ? และอีกข้อหนึ่งคือที่ว่า "ท่านเขียนหนังสือตามที่พระพุทธเจ้าสั่ง ....." อันนี้แหละเกิดปัญหามาก คือ ท่านจินตนาการไปเองหรือเปล่า ? หรือ เกิดนิมิตอะไรขึ้นมาจึงทำให้ต้องตีความไปอย่างนั้น หรือว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาจริงๆ ถ้าเสด็จมาจริงอันนี้เป็นปัญหาใหญ่เลย เพราะแสดงว่าพระพุทธเจ้ายังมีรูปร่างตัวตนซึ่งขัดหลักความจริงขั้นพื้นฐานที่ว่า

"พระพุทธเจ้าสเด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน คือดับขันธ์ ๕ หมด ทั้งรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ปรากฏพระองค์ในภพไหนอีกต่อไป"

แล้วจะอธิบายอย่างไร ? หรือพระไตรปิฎกผิด ?

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม : อริยะพันธุ์พิเศษ?! เว็บดังเปิดประเด็น อ.อ้อย เจ้าสำนัก "เตโชวิปัสสนา" อ้างเป็น "ฆราวาสบรรลุธรรม" โดยไม่ต้องบวช สื่อจิตกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้

 

๒. เตโชวิปัสสนา คำนี้ท่านบัญญัติขึ้น เอาคำ เตโช กับคำ วิปัสสนา มารวมกัน ให้ความหมายว่าเพ่งไฟจนเกิดความร้อนเผากิเลส

           ตรงนี้อยากจะบอกตามหลักวิชาว่า เตโช มาจาก เตโชกสิณ คือ การเพ่งไฟจนเกิดสมาธิ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะบรรลุฌานถึงขั้นที่ ๔ นี่คือ วิธีการของสมถะ ซึ่งทำจิตให้สงบ จากนั้นจึงใช้ฌานเป็นบาทนำไปสู่การเจริญวิปัสสนา คือ ดูแยกนามรูปทั้งหมดแล้วเห็นว่าไม่เที่ยงมีเกิดดับ เมื่อวิปัสสนาญาณแก่กล้าก็สามารถเกิดมัคคญาณผลญาณละกิเลสได้ จนถึงขั้นสูงสุดคืออรหัตตมัคคญาณและอรหัตตผลญาณ นี่คือความจริงตามหลักวิชา สิ่งที่ อ.อัจฉราวดีอธิบายปนกันยุ่งหมดระหว่างสมถะกับวิปัสสนา เมื่ออธิบายยุ่งอย่างนี้ก็ยากที่จะให้เชื่อได้ว่าท่านทำถูกทางทั้งหมดถึงขั้นบรรลุธรรม ส่วนความร้อนละกิเลสนั่น ความจริงก็ไม่ใช่ความร้อนไปละกิเลสอะไร เป็นธรรมดาของการเพ่งกสิณ เมื่อเกิดสมาธินิวรณ์ ๕ หรือกิเลสก็สงบเอง เพราะสมาธิถ้าเข้มแข็งก็อยู่ร่วมกับกิเลสไม่ได้อยู่แล้ว จึงอยากให้ไปทำให้ชัดว่าขั้นใดเป็นสมถะขั้นใดเป็นวิปัสสนา หากบรรลุธรรมจริงเคลียร์ได้ไม่ยากหรอก

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม : เดือดกว่าไฟเตโชฯ!! "อ.สุวินัย" โต้ "อ.อ้อย อัจฉราวดี" เข้าใจไปเองว่า "บรรลุธรรม" ตีความพระบาลีผิดๆ เตโชฯ มีจริง..แต่ไม่ได้ใช้แบบที่เข้าใจ!!

 

อย่ารังแกพุทธด้วยกัน!! เปิดใจ "ดร.บรรจบ" ชี้เป้าให้สำนักพุทธฯ ตรวจสอบทุกประเด็นดราม่า "เจ้าสำนักเตโชฯ" ให้ยึดพระธรรมวินัย อย่ามัวเอาใจใคร!!

 

ส่วนที่ตอบไม่ได้ คือ

๑. ข้อกล่าวหาว่าพระค่อนประเทศสอนหลอกลวงประชาชนในเรื่องให้ทำบุญให้ทานติดสวรรค์นรกนั้น

ปัญหานี้ผมตอบไม่ได้ คนจะตอบได้ คือ พระสงฆ์ต้องตอบเองว่าข้อกล่าวหานี้จริงหรือไม่ ?

ตอบนะครับพระคุณเจ้า แล้วผมถึงจะตอบได้

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ไม่ใช่ของจริง!! ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ.. "ประธานสงฆ์คนงาม เจ้าสำนักเตโชฯ" #ฆราวาสบรรลุธรรม !!

 

๒. ส่วนเรื่องไหว้พระหรือพระไหว้ฆราวาสอย่างในรูป คงตอบไม่ได้อีก เพราะไม่เห็นของจริง

อาจจะเป็นพระให้พรโยมรับไหว้หรือโยมให้พรพระรับไหว้ ดูกันอีกที

แต่ในสายเถรวาทพระจะรับไหว้แต่ไม่ไหว้ตอบ เพราะถือว่าเพศพระเป็นตัวกำหนด เพศพระที่ปลงผมห่มผ้ากาสาพัสตร์นั้นพระอรรถกถาจารย์ว่าเป็น "เพศที่สูง" ( อตฺตตมลิงฺค) ส่วนเพศฆราวาสแต่งตัวแบบฆราวาสท่านจัดเป็นเพศต่ำ เพราะยังเกลือกกลั้วอยู่กับกาม

          เรื่องนี้เป็นมาแต่ครั้งพุทธกาล ฆราวาสแม้เป็นพระอริยะก็ไหว้พระสงฆ์ที่เป็นปุถุชน ก็ตรงที่เพศนี่แหละ ส่วนคติมหายาน พระมหายานไหว้ฆราวาสมีให้เห็นได้หากฆราวาสคนนั้นพระท่านเคารพนับถือ ผมเองก็ยังเสียวๆ เข้าสอนพระนิสิตนานาชาติทีไรเจอพระมหายานไหว้ทุกทีจนผมต้องรีบก้มศรีษะไหว้ท่านตอบ เพราะพระมหายานท่านถูกฝึกให้ถือ "แนวคิดเรื่องพระโพธิสัตว์" เป็นเรื่องหลัก คนจะเป็นพระโพธิสัตว์เป็นได้ทั้งพระและฆราวาส เป็นได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่จะมีลักษณะสำคัญคือ พระโพธิสัตว์ต้องอ่อนโยนอ่อนน้อม และบางทีคนที่ท่านสัมพันธ์ด้วยอาจเป็นพระโพธิสัตว์ก็ได้...พอท่านอธิบายอย่างนี้ ผมละขนลุกตัวลีบเลย วางท่าทางไม่ถูก ต้องนึกขอขมาท่านอยู่ตลอดเวลา

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม : คำอธิบายสุดท้ายจาก เจ้าสำนักเตโชฯ! อ.อ้อย แจง... ถูกบิดเบือนเจตนา เพราะมีกลุ่มคนไม่พอใจ ชี้เหตุเบื้องหลังดราม่า ภาพพระสงฆ์ยกมือไหว้ฆราวาส !!

 

            สรุปแล้ว งานของ อ.อัจฉราวดี มีผิดมีถูกปนกัน สำนักพุทธจะเข้าไปแก้ไขก็ทำให้รอบคอบนะ ยึดพระธรรมวินัยไว้ อย่าทำตามแรงเชียร์ อย่าทำเพื่อเอาใจใคร อย่าให้ใครเขาตำหนิเอาว่า ดีแต่รังแกพุทธด้วยกัน ทีกับคนอื่นศาสนาอื่นละหัวหดเลย ดีไม่ดีขายตัวให้เขาอีก

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโท ดร. บรรจบ บรรณรุจิ

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม : มารไม่มี..บารมีไม่เกิด!! เปิดนิมิตล่าสุด "อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี" เห็น "พระพุทธชินราชและพระปรางค์วัดอรุณฯ" มั่นใจเป็นลางดี มีความหมายงดงาม!!

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ Banjob Bannaruji - บ้านบรรณรุจิ