หมอ ยกเคส "หนึ่ง ETC" ภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน หลังวูบล้มกระแทกพื้น

"หมอเจด" ยกเคสนักร้องดัง "หนึ่ง ETC" ภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน คืออะไร หลังวูบล้มกระแทกพื้น เปิด 5 สัญญาณเตือนต้องระวัง

จากกรณีนักร้องดัง หนึ่ง อภิวัฒน์ หรือ หนึ่ง ETC นักร้องนำวง ETC ได้เกิดอุบัติเหตุวูบล้มกระแทกพื้นที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งภายหลังค่าย Move Records ได้ออกมาประกาศชี้แจง พบว่าเกิดจากภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน (Acute Lactic Acidosis) เป็นสาเหตเหตุให้เกิดอากาวูบและล้มกระแทกพื้นจากการล้มตั้งกล่าว

 

หมอ ยกเคส หนึ่ง ETC ภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน หลังวูบล้มกระแทกพื้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับ ภาวะแลคติกสูงเฉียบพลัน เผย 5 สัญญาณเตือนต้องระวัง โดยระบุว่า


ช่วงนี้หลายคนอาจเห็นข่าวนักร้องหนุ่มจากวง ETC อย่าง หนึ่ง ETC ที่มีอาการวูบล้มกระแทกพื้น และภายหลังพบว่าเกิดจาก "ภาวะแลคติคสูงเฉียบพลัน" ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า ภาวะนี้คืออะไร อันตรายแค่ไหน และเราจะสังเกตตัวเองได้อย่างไรบ้าง วันนี้เรามาดูกัน


“ภาวะแลคติคสูง” หรือ Lactic Acidosis คือภาวะที่ร่างกายมีกรดแลคติกสะสมในเลือดมากเกินไป ทำให้เลือดมีความเป็นกรดสูงขึ้น ระบบพลังงานของเซลล์เริ่มรวน และอาจส่งผลต่อสมอง หัวใจ และระบบไหลเวียนเลือดได้ ถ้าเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง อาจทำให้หมดสติหรือช็อกได้เลย มาลองเช็กสัญญาณภาวะแลคติคสูงเฉียบพลันกัน
 

1. เหนื่อยหอบผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก
หนึ่งในอาการแรก ๆ ของภาวะแลคติคสูงคือ “หายใจเร็วและหอบ” เพราะร่างกายพยายามขับกรดส่วนเกินออกทางลมหายใจ หลายคนจะรู้สึกเหมือนหายใจไม่เต็มปอด เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือหายใจถี่ขึ้นแม้จะนั่งพักอยู่เฉย ๆ ถ้าอาการเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันร่วมกับอ่อนแรงหรือเวียนหัว ควรระวังไว้ก่อนว่าอาจเป็นสัญญาณของระบบเผาผลาญที่กำลังผิดปกติ


2. อ่อนแรง หน้ามืด หรือวูบง่าย
เมื่อกรดแลคติกในเลือดสูง เซลล์จะสร้างพลังงานได้ลดลง สมองและกล้ามเนื้อจึงได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการอ่อนแรง เวียนหัว หรือหน้ามืดได้ง่าย บางคนอาจรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หรือวูบลงแบบกะทันหัน โดยเฉพาะถ้าเกิดพร้อมกับหัวใจเต้นเร็วหรือหายใจหอบ


3. คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง
ภาวะกรดในเลือดสูงสามารถกระตุ้นระบบทางเดินอาหารได้ ทำให้หลายคนมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือแน่นท้องผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดร่วมกับอาการอ่อนเพลียและหายใจเร็ว บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นแค่กระเพาะอาหารอักเสบหรืออาหารเป็นพิษ แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมที่ลึกกว่านั้น


4.หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หรือความดันตก
เมื่อเลือดมีความเป็นกรดสูงขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดจะเริ่มเสียสมดุล หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อพยายามส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ให้มากขึ้น บางคนจะรู้สึกใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น หรือหน้าซีด ถ้าอาการรุนแรงอาจทำให้ความดันโลหิตตกและเสี่ยงช็อกได้


5. ซึม สับสน หรือหมดสติ
ถ้าภาวะแลคติคสูงรุนแรง สมองจะเริ่มได้รับผลกระทบ ทำให้เกิดอาการซึม สับสน พูดไม่ชัด หรือหมดสติได้ ภาวะนี้ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะติดเชื้อรุนแรง ภาวะขาดออกซิเจน หรือความผิดปกติของตับ ไต และระบบเผาผลาญ


ปัจจัยที่ทำให้กรดแลคติกในเลือดสูง

  • ออกกำลังกายหนักเกินไป ร่างกายสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนมากเกิน
  • ภาวะติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะช็อก ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน
  • มีโรคตับหรือไต ทำให้ร่างกายกำจัดกรดแลคติกได้ช้าลง
  • ภาวะขาดออกซิเจน เช่น โรคปอด หรือหัวใจทำงานผิดปกติ
  • การดื่มแอลกอฮอล์มาก หรือยาบางชนิดที่รบกวนระบบเผาผลาญพลังงาน
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะในคนที่มีโรคเบาหวาน


ลดกรดแลคติกในเลือดได้ แค่ทำตามนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาฟื้นระบบเผาผลาญพลังงาน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและขับของเสียออกง่ายขึ้น
  • ออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมจนเกินกำลัง
  • ดูแลสุขภาพตับและไตให้ดี เพราะอวัยวะสองส่วนนี้ช่วยกำจัดกรดแลคติกออกจากร่างกาย
  • คุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือเบาหวาน
  • กินอาหารที่ช่วยลดการอักเสบและสนับสนุนการสร้างพลังงานของเซลล์ เช่น ปลา ผักหลากสี และอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

 


ภาวะแลคติคสูงเฉียบพลันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อรุนแรง การออกกำลังกายหนักเกินไป ภาวะขาดออกซิเจน โรคตับ โรคไต หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สัญญาณสำคัญคือ เหนื่อยหอบผิดปกติ อ่อนแรง วูบง่าย คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว หรือซึมลง ถ้าเกิดอาการเหล่านี้แบบเฉียบพลัน อย่ารอดูอาการเอง ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะยิ่งรักษาเร็ว โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งสูง

 

ขอบคุณ FB : หมอเจด