- 10 พ.ค. 2569
"หมอเจด" ยกเคสนักแสดงดัง "เจมส์ จิรายุ" ออกกำลังกายทุกวัน ควบคุมอาหารการกิน แต่ทำไมค่าไขมันเลว (LDL) พุ่งเกือบ 300
ก่อนหน้านี้นักแสดงดัง เจมส์ จิรายุ ได้เปิดเผยเรื่องราวสุขภาพชีวิตของตัวเองผ่านรายการ On the way with Chom โดยเจ้าตัวเล่าว่าแม้จะออกกำลังกายทุกวัน รวมถึงควบคุมอาหารการกิน แต่ผลตรวจพบว่ามีค่าคอเลสเตอรอลสูงถึง 320 และค่าไขมันเลว 280 ควบคู่กับไขมันดีสูงเช่นเดียวกัน ทำให้หลายคนสงสัยว่า ดูแลสุขภาพตัวเองดีขนาดนี้ แต่ทำไมค่าต่าง ๆ ยังสูง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้าน หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ยกเคส เจมส์ จิรายุ โดยระบุว่า
ผมเพิ่งไปเห็นบทสัมภาษณ์ของ "เจมส์จิ" มาครับ เจ้าตัวเล่าว่าเคยตรวจเจอค่า LDL พุ่งไปเกือบ 300 ทั้งที่ออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง และรักสุขภาพมาก ช่วงหนึ่งถึงขั้นลองกินวีแกนอยู่เดือนกว่า ๆ เหมือนตัวเลขจะลดลงนิดหน่อย แต่สุดท้ายพอกลับมาใช้ชีวิตปกติ LDL ก็เด้งกลับขึ้นมาอีก สุดท้ายถึงรู้ว่า "เป็นกรรมพันธุ์" เพราะคุณพ่อก็ต้องผ่าตัด bypass ส่วนคุณแม่ไขมันก็สูงเหมือนกัน
นี่แหละครับคือสิ่งที่หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่าถ้าออกกำลังกาย หุ่นดี หรือกินคลีนแล้ว LDL จะต้องปกติเสมอ ซึ่งจริง ๆ มันไม่ใช่แบบนั้นครับ วันนี้ผมเลยอยากเล่าเรื่อง “ไขมันเลว” ให้เข้าใจมากขึ้น ว่าทำไมบางคนดูแลตัวเองดี แต่ค่า LDL ยังสูงได้
1. LDL สูง ไม่ได้แปลว่าคุณ “กินแย่” เสมอไป
อันนี้สำคัญมากครับ เพราะหลายคนพอเห็น LDL สูง จะโทษตัวเองทันทีว่า “กินไม่ดีแน่เลย” แต่จริง ๆ LDL มีเรื่อง “พันธุกรรม” เข้ามาเกี่ยวเยอะมาก โดยเฉพาะภาวะ Familial Hypercholesterolemia (FH) ที่ร่างกายกำจัด LDL ออกจากเลือดได้ไม่ดี ทำให้ค่า LDL สูงตั้งแต่อายุน้อย ต่อให้ออกกำลังกายหรือหุ่นดี ก็ยังสูงได้ครับ
2. คนผอมก็ไขมันสูงได้ อย่าใช้หุ่นตัดสินสุขภาพ
ผมเจอเยอะมากครับ บางคนผอม ซิกแพ็กมาเต็ม วิ่งมาราธอน แต่ LDL 200–300 ก็มี เพราะไขมันในเลือดไม่ได้ดูแค่ “น้ำหนัก” อย่างเดียว มันเกี่ยวกับตับ การอักเสบ ฮอร์โมน และพันธุกรรมด้วย บางคนภายนอกดูสุขภาพดี แต่หลอดเลือดข้างในเริ่มตีบแล้วก็มีครับ
3. LDL คืออะไร? ทำไมหมอถึงกลัวมันนัก
LDL หรือ Low-Density Lipoprotein คือไขมันที่ทำหน้าที่ขนคอเลสเตอรอลไปตามร่างกาย ปัญหาคือถ้ามีมากเกิน มันจะเริ่มสะสมตามผนังหลอดเลือด เกิดการอักเสบ และค่อย ๆ กลายเป็นคราบไขมันที่ทำให้หลอดเลือดตีบ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดสมองตีบ และหัวใจวายครับ ที่น่ากลัวคือหลายคนไม่มีอาการเตือนเลย
4. ออกกำลังกายช่วยได้…แต่บางเคส "เอาไม่ลง" จริง
หลายคนงงว่าทำไมกินดี ออกกำลังกายทุกวันแล้ว LDL ยังสูง เพราะถ้าเป็นจากพันธุกรรม ร่างกายจะสร้างหรือกำจัด LDL ผิดปกติอยู่แล้ว การคุมอาหารกับออกกำลังกายช่วยได้ครับ แต่บางคนลดได้แค่ 10–20% ซึ่งไม่พอ ทำให้สุดท้ายอาจต้องใช้ยาช่วยร่วมด้วย อันนี้ไม่ใช่ความล้มเหลวนะครับ แต่เป็นเรื่องชีววิทยาของร่างกายจริง ๆ
5. กินวีแกนแล้ว LDL ลด จริงไหม?
จริงบางส่วนครับ เพราะอาหารวีแกนมักมีไฟเบอร์สูง ไขมันอิ่มตัวต่ำ ทำให้ LDL ลดลงได้ แต่ปัญหาคือถ้าพื้นฐานเป็นพันธุกรรม ต่อให้ลดลงช่วงหนึ่ง สุดท้ายร่างกายก็ยังผลิต LDL สูงอยู่ดี หลายคนเลยเจอแบบเจมส์จิ คือ “ลงนิดหน่อย แล้วเด้งกลับ” เพราะต้นตอมันไม่ได้อยู่แค่อาหารอย่างเดียวครับ
6. LDL สูง ไม่ได้ดูแค่ "ตัวเลข" แต่ดูความเสี่ยงร่วมด้วย
บางคน LDL 160 แต่สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน ความดันสูง แบบนี้อันตรายกว่าคน LDL 200 แต่สุขภาพอย่างอื่นดีครับ เพราะหมอจะดูทั้งอายุ ประวัติครอบครัว การอักเสบ และโรคร่วมด้วย โดยเฉพาะถ้ามีคนในบ้านหัวใจวายเร็ว หรือผ่าตัด bypass ตั้งแต่อายุน้อย ต้องยิ่งระวังครับ
7. บางคนดูแข็งแรง แต่หลอดเลือดเริ่มตีบแล้วก็มี
สิ่งที่ผมอยากให้กลัวไม่ใช่แค่ "ค่าไขมัน" แต่คือการที่หลายคนคิดว่า “ฉันยังฟิตอยู่ ไม่น่าเป็นอะไร” แล้วไม่เคยตรวจเพิ่มเลย ทั้งที่บางคน LDL สูงมานานจนเริ่มมีคราบไขมันในหลอดเลือดแล้ว เพราะโรคหลอดเลือดมันไม่ค่อยส่งเสียงเตือนครับ มันชอบมาแบบ "รู้ตัวอีกที ก็ต้องสวนหัวใจแล้ว"
สิ่งที่ช่วยลด LDL และดูแลหลอดเลือดได้จริง
- ลดไขมันอิ่มตัวและอาหารแปรรูป เช่น ของทอด เนื้อแปรรูป เบเกอรี่
- เพิ่มไฟเบอร์จากผัก ถั่ว ข้าวโอ๊ต และธัญพืช ช่วยดักจับไขมันในลำไส้
- เพิ่มโอเมก้า-3 จากปลา ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้ LDL ไม่ลงมาก แต่ช่วยหัวใจและหลอดเลือดได้จริง
- ถ้ามีประวัติครอบครัวไขมันสูงหรือหัวใจขาดเลือด ควรตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
- อย่ากลัวการใช้ยา ถ้าหมอประเมินแล้วจำเป็น เพราะบางเคส "กรรมพันธุ์ชนะวินัย" จริงครับ
สรุปง่าย ๆ ครับ LDL สูงไม่ได้แปลว่า "ดูแลตัวเองไม่ดี" เสมอไป เพราะบางครั้งต้นเหตุคือพันธุกรรม และต่อให้ฟิตแค่ไหน ร่างกายก็ยังจัดการไขมันได้ผิดปกติอยู่ สิ่งสำคัญคืออย่าหลอกตัวเองด้วยคำว่า "ยังดูแข็งแรงอยู่" เพราะหลอดเลือดตีบมันไม่ค่อยมีอาการเตือนครับ ตรวจให้รู้ ดูแลให้เร็ว ดีกว่ารอจนหัวใจส่งเสียงดังเกินไป
ขอบคุณ FB : หมอเจด
