หมอเปิดชัดๆ 5 สัญญาณเตือน ปัสสาวะแบบไหน ต้องระวังเบาหวาน

อย่าชะล่าใจ "หมอเจด" เปิดชัดๆ 5 อาการที่อย่ามองข้าม ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือน ปัสสาวะแบบไหน ต้องระวังเบาหวาน

วันที่ 26 ม.ค. 2569 "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย ปัสสาวะแบบไหนต้องระวังเบาหวาน โดยระบุว่า หลายคนอาจไม่เคยคิดว่า "เรื่องปัสสาวะ" จะเกี่ยวกับน้ำตาล แต่ความจริงคือถ้าน้ำตาลในเลือดเริ่มสูง บางครั้งร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณผ่าน "ห้องน้ำ" ก่อนเลย มาลองเช็กแบบอ่านง่าย 5 ข้อพร้อมกัน

 

หมอเปิดชัดๆ 5 สัญญาณเตือน ปัสสาวะแบบไหน ต้องระวังเบาหวาน

1) ปัสสาวะบ่อยขึ้นแบบที่ "ตัวเองรู้สึกว่ามันไม่ปกติ" 

โดยเฉพาะกลางคืนชัดมาก จากที่เคยนอนยาวๆ แต่กลายเป็นตื่นมาฉี่ 2–3 รอบ

อันที่น่าสงสัยคือ

  • เป็นแทบทุกคืน ต่อเนื่อง 1–2 สัปดาห์ขึ้นไป
  • ทั้งที่ไม่ได้ดื่มน้ำเพิ่ม หรือไม่ได้ดื่มชา/กาแฟตอนเย็นมากขึ้น


2) ปัสสาวะครั้งละเยอะ + กระหายน้ำบ่อย (มักมาคู่กัน)

อันนี้เป็นอาการที่เจอบ่อยมากเวลาน้ำตาลเริ่มสูง คือฉี่ออกเยอะ…แล้วก็ตามด้วยคอแห้ง หิวน้ำตลอดเวลา

สังเกตง่ายๆ

  • ดื่มน้ำแล้วก็ยังคอแห้ง
  • ดื่มบ่อยขึ้นแบบอัตโนมัติ

เหตุผลก็ตรงไปตรงมาเลย น้ำตาลสูงจนเริ่มรั่วออกทางปัสสาวะ → น้ำถูกดึงออกมาด้วย → เลยฉี่เยอะ แล้วเราก็หิวน้ำ
 

3) ปัสสาวะเหนียว / มีกลิ่นหวานแปลกๆ (หรือมดขึ้นห้องน้ำ)

อันนี้เป็นสัญญาณที่คนชอบเล่ากันว่า “ปัสสาวะแล้วเหนียวๆ” หรือ “เหมือนมีกลิ่นหวาน” บางบ้านถึงขั้น มดขึ้นบริเวณที่ปัสสาวะ ไม่ใช่การวินิจฉัยนะ แต่เป็น "สัญญาณชวนตรวจ" ว่าน้ำตาลอาจสูง

4) ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ/เชื้อราซ้ำๆ แบบวนไป

ถ้าน้ำตาลสูง ร่างกายจะ "เสี่ยงติดเชื้อง่ายขึ้น"

บางคนเริ่มเจอว่า

  • ปัสสาวะแสบ ฉี่ขัด เป็นๆหายๆ
  • คัน/ระคายเคือง/ในผู้หญิงเชื้อราบริเวณอวัยวะ กลับมาบ่อย

ถ้าเป็นซ้ำจนเริ่มรำคาญชีวิต อย่าโทษว่า "ดื่มน้ำน้อย" อย่างเดียว ให้คิดถึงน้ำตาลไว้ด้วย

 

5) ปัสสาวะเปลี่ยน + มีอาการอื่นร่วมด้วย (อันนี้ทำให้ภาพชัดขึ้นมาก)

ถ้ามีปัสสาวะบ่อย/ปัสสาวะเยอะ แล้วตามมาด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง โอกาสที่น้ำตาลเริ่มสูงจะมากขึ้น

อาการที่มักเจอร่วม

  • น้ำหนักลดทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ
  • เพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงหลังอาหาร
  • หิวบ่อย แผลหายช้า


ทำไงดี ถ้าอ่านแล้วเริ่มตรง? ไม่ต้องตกใจนะ อาการพวกนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ (เช่น ดื่มน้ำเยอะ คาเฟอีน ต่อมลูกหมาก ยาขับปัสสาวะ ฯลฯ) แต่ถ้ามาเป็นชุด/เป็นต่อเนื่อง ตรวจให้ชัวร์ จะดีที่สุด


แนะนำตรวจ

  • น้ำตาลอดอาหาร (FPG)
  • หรือ HbA1c (เห็นภาพเฉลี่ย 3 เดือน)


ระหว่างนี้ลองปรับแบบไม่เครียด

  • ลดน้ำหวาน/ชานม/ขนม สัก  7 วันก่อน
  • เดินหลังอาหาร 10–15 นาที (ถ้าไม่มีอาการเวียนหัว/เจ็บหน้าอก/ข้อจำกัดเรื่องการเดิน)


สัญญาณอันตราย รีบไปโรงพยาบาล

  • ถ้ามี กระหายน้ำมาก + ฉี่มากมาก + อ่อนเพลียมาก
  • หรือคลื่นไส้ อาเจียน หายใจหอบ ซึมลง อันนี้อย่ารอ


โพสต์นี้ไม่แทนการวินิจฉัยแต่เป็น "สัญญาณเตือน" ให้เราไม่มองข้าม

 

ขอบคุณ หมอเจด