- 30 ม.ค. 2569
หมอเจดเตือน “มองเห็นดำตรงกลาง แต่รอบข้างชัด” อย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่พักผ่อนน้อย แต่คือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตา เสี่ยงตาบอดถาวร
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
“มองเห็นดำตรงกลาง แต่รอบข้างยังชัด”
ระวัง! โรคภูมิคุ้มกันทำลายตา (VKH)
วันนี้ในรายการกรรมกรข่าวช่อง 3 คุณ “กิต Three Man Down” ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องอาการป่วย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตา (VKH) หลายคนอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องพักผ่อนน้อย เครียด ภูมิตก หรือทำงานหนัก แต่ความจริงคือโรคบางอย่างไม่ได้เริ่มจากตา ไม่ได้เริ่มจากความดัน ไม่ได้เริ่มจากเบาหวาน แต่อาจเริ่มจาก “ภูมิคุ้มกันจำผิด” แล้วค่อย ๆ ทำลายร่างกายตัวเองแบบเงียบ ๆ ครับ ซึ่งวันนี้ผมจะพาทุกคนมารู้จักอาการพวกนี้ให้เข้าใจ รู้ไว้เรา
ก็จะได้รับมือจากโรคนี้ได้ทันครับ
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตา (VKH) คืออะไร? เกิดขึ้นกับใครได้บ้าง?
โรค VKH (Vogt-Koyanagi-Harada Syndrome) คือโรคที่เกิดจาก ภูมิคุ้มกันจำผิด คิดว่าเซลล์เม็ดสีในร่างกาย (melanocytes) เป็นศัตรู แล้วส่งภูมิคุ้มกันเข้าไปทำลาย โดยเป้าหมายหลักคือ ตา จอตา ชั้นคอรอยด์ เยื่อหุ้มสมอง ผิวหนัง และเส้นผม จึงไม่ได้เป็นแค่โรคตา แต่เป็น “โรคภูมิคุ้มกันทั้งระบบ” ที่แสดงอาการเด่นทางตานั่นเอง
มักพบในคนเอเชียรวมถึงคนไทย อายุประมาณ 20–50 ปี พบในคนแข็งแรงทั่วไปได้ ไม่จำเป็นต้องมีโรคประจำตัว ไม่ต้องเป็นกลุ่มเสี่ยงเรื้อรัง และมักเริ่มจากอาการเหมือนไข้หวัด ปวดหัว ก่อนจะลามมาที่ตาแบบเฉียบพลัน เลยทำให้หลายคนพลาดช่วงวินิจฉัยระยะแรกโดยไม่รู้ตัวครับ
.
อาการที่พบได้บ่อย
1️⃣ มองเห็นดำตรงกลาง (Central Scotoma)
นี่คืออาการเด่นของโรค VKH ครับ การมองเห็น “มืดตรงกลางภาพ” แต่รอบข้างยังชัด เพราะภูมิคุ้มกันไปทำลายเซลล์เม็ดสีในชั้นจอตา ทำให้เกิดการอักเสบและมีน้ำรั่วมาขังใต้จอประสาทตาบริเวณจุดรับภาพชัด (Macula) เปรียบเหมือนหน้าจอที่มีน้ำขังตรงกลาง ภาพส่วนกลางจึงดับหรือบิดเบี้ยว แต่ขอบจอยังใช้งานได้
.
2️⃣ ไข้ ปวดหัว ก่อนตามัว
ผู้ป่วยจากโรคนี้หลายคนเลยครับที่ไม่ได้เริ่มจากอาการทางตา แต่เริ่มจาก “มีไข้ ปวดหัว หนังศีรษะเสียวแปลบ” คล้ายหวัดหรือไมเกรน เพราะภูมิคุ้มกันไปโจมตีเซลล์เม็ดสีในเยื่อหุ้มสมองก่อน ทำให้คนไข้มักไปหาหมออายุรกรรม กว่าจะถึงหมอตา บางรายจอตาเริ่มมีน้ำขังแล้วครับ
.
3️⃣ ปวดตา ตาแดง สู้แสงไม่ได้
และเมื่อโรคเข้าสู่ระยะตาอักเสบ ก็จะเริ่มมีอาการปวดตา ตาแดง แพ้แสง มองภาพบิดเบี้ยว ภาพมัวลงเร็วภายในไม่กี่วัน ซึ่งนี่ไม่ใช่ลักษณะของสายตาสั้นหรือสายตาเอียงธรรมดานะครับ แต่เป็นการอักเสบลึกในลูกตา (Uveitis)
.
4️⃣ เสี่ยงจอตาพังถาวร ถ้ารักษาช้า
ถ้าไม่ได้กดภูมิคุ้มกันให้เร็วพอ น้ำจะขังใต้จอประสาทตานาน ทำให้โครงสร้างจอตาเสียหาย เกิดภาวะเม็ดสีถูกทำลาย จอประสาทตาเปลี่ยนสี (Sunset glow fundus) และเสี่ยงตาบอดถาวร ซึ่งไม่สามารถฟื้นกลับมาเหมือนเดิมได้ครับ
.
5️⃣ โรคนี้ไม่ใช่โรคตา แต่คือ “โรคภูมิคุ้มกัน”
โรค VKH ที่เจอไม่ใช่แค่ตาอักเสบครับ แต่คือโรคที่ภูมิคุ้มกัน “จำผิด” คิดว่าเซลล์เม็ดสีเป็นศัตรู แล้วโจมตีทั้งตา สมอง ผิวหนัง และเส้นผม จึงอาจเห็นอาการร่วม เช่น ผมหงอกเป็นหย่อม ผิวด่างขาว ตามัว ปวดหัว และอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
.
6️⃣ การรักษาต้องเร็ว แรง และนาน
ซึ่งการรักษาหลัก ๆ คือการใช้สเตียรอยด์ขนาดสูงเพื่อกดภูมิอย่างรวดเร็ว ลดน้ำขังใต้จอตา และต้องค่อย ๆ ลดขนาดยาเป็นเวลาหลายเดือนถึงเป็นปี ห้ามหยุดยาเร็ว เพราะโรคนี้กำเริบซ้ำได้ง่าย และทุกครั้งที่กำเริบ = ความเสี่ยงตาบอดถาวรก็จะสูงขึ้นด้วยนะครับ
.
7️⃣ อาการแบบนี้ = ควรเจอหมอตาทันที
ถ้าใครมีอาการ มองเห็นดำตรงกลางภาพ, ตามัวเร็ว, ปวดหัวร่วมกับตาแดง, สู้แสงไม่ได้, ไข้แล้วตามัวในไม่กี่วัน → ไม่ควรรอดูอาการเองครับ เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาทางสายตา แต่คือสัญญาณของโรคภูมิคุ้มกันที่กำลังทำลายดวงตานั่นเองครับ
สรุปสั้นแบบเข้าใจง่ายนะครับ VKH ก็คือโรคที่ภูมิคุ้มกันทำร้ายตาเอง เริ่มจากมีไข้ ปวดหัว → ตามัว → มืดตรงกลางภาพ → น้ำขังใต้จอตา ถ้ายิ่งรักษาช้า = เสี่ยงตาบอดถาวรสูง และการรักษาต้องกดภูมิเร็ว ต่อเนื่อง และนาน หยุดยาเร็วไม่ได้ เพราะกำเริบซ้ำได้ง่ายมาก โรคภูมิคุ้มกันทำลายตาไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย อาการแค่เล็กน้อยก็อาจซ่อนโรคร้ายได้ ถ้าการมองเห็นผิดปกติรีบพบแพทย์ทันที จะช่วยรักษาการมองเห็นไว้ได้ก่อนสายเกินไปครับ






