- 18 ก.พ. 2569
อุทาหรณ์ผู้หญิงวัยทำงาน! “ก้อนเนื้อมดลูก” ที่หลายคนคิดว่าไม่ร้ายแรง อาจเงียบแต่รุนแรงได้ถึงขั้นเลือดออกในช่องท้องเป็นลิตร ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน อย่าชะล่าใจ
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
เคสแบบนี้อยากเล่าให้ผู้หญิงหลายคนฟังครับ เพราะ “ก้อนเนื้อมดลูก” เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในผู้หญิงวัยทำงาน หลายคนมีก้อนอยู่เงียบ ๆ ไม่รู้ตัว คิดว่าแค่ปวดเมนส์หรือประจำเดือนมามากนิดหน่อย แต่ความจริงคือบางเคสสามารถรุนแรงถึงขั้น “เลือดออกในช่องท้อง” และต้องผ่าตัดฉุกเฉินได้เลยครับ
ในเคสนี้ ผู้หญิงมีก้อนเนื้อมดลูกโตถึง 10 ซม. และที่น่าตกใจคือค่าเลือด (Hematocrit) ซึ่งปกติผู้หญิงควรอยู่ราว ๆ 35% แต่ตอนเข้าผ่าตัดเหลือเพียง 27% หมายความว่าเสียเลือดไปเยอะมากแล้ว และพบว่าเลือดไหลอยู่ในช่องท้องเป็น “ลิตร” กระจายขึ้นไปถึงบริเวณตับ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยครับ
1️⃣ ก้อนโต 10 ซม. ไม่ใช่แค่ “ก้อนเล็ก ๆ” แล้ว
ก้อนเนื้อมดลูกขนาด 10 ซม. เทียบได้กับผลส้มใหญ่ ๆ อยู่ในอุ้งเชิงกราน มันไม่ใช่ก้อนที่อยู่เฉย ๆ อีกต่อไป เพราะสามารถกดอวัยวะข้างเคียง ทำให้ปวด หน่วง แน่นท้อง และเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันได้มากขึ้นครับ
2️⃣ ค่าเลือดจาก 35 เหลือ 27 = เสียเลือดหนักแบบเงียบ ๆ
หลายคนเข้าใจว่าเลือดออกต้องเห็นชัด ๆ ทางช่องคลอดเท่านั้น แต่ความจริงคือบางเคสเลือดสามารถออก “ภายในช่องท้อง” ได้ ทำให้คนไข้ซีดลงเร็ว เหนื่อย ใจสั่น หน้ามืด ทั้งที่ไม่ได้มีเลือดออกภายนอกให้เห็นเลย ค่าเลือดตกขนาดนี้ถือว่าอันตรายมากครับ
3️⃣ ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน อย่าคิดว่าเป็นแค่ปวดเมนส์
ถ้าอยู่ดี ๆ ปวดท้องน้อยหนักจนเดินไม่ได้ หน้ามืด เหงื่อแตก หรือเหมือนจะเป็นลม ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดจากก้อนที่เสื่อมเฉียบพลัน หรือมีเส้นเลือดฉีกขาดจนเลือดออกในช่องท้องครับ
4️⃣ เลือดออกในท้องเป็นลิตร = ภาวะฉุกเฉินจริง
เคสนี้เลือดไหลในช่องท้องจำนวนมาก จนกระจายไปถึงบริเวณตับ นี่คือภาวะที่ร่างกายกำลังเข้าสู่ “ช็อกจากการเสียเลือด” ได้เลย ถ้าช้าไปอีกนิดอาจเกิดความดันตก หมดสติ และอันตรายถึงชีวิตครับ
5️⃣ อาการเตือนก่อนจะถึงจุดนี้ มักมีมาก่อนเสมอ
ผู้หญิงหลายคนที่มีก้อนเนื้อมักจะมีสัญญาณนำ เช่น
• ประจำเดือนมามากขึ้นเรื่อย ๆ
• ซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น
• ปวดหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง
• ท้องโต แน่น อิ่มเร็ว
แต่หลายคนทนไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินครับ
6️⃣ ก้อนเนื้อมดลูกส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ “ปล่อยโต” ไม่ได้
ก้อนส่วนมากเป็นเนื้องอกไม่ร้าย แต่ถ้ามันโตเร็ว โตเกิน 5–7 ซม. มีอาการเลือดออกมาก หรือปวดผิดปกติ ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องมะเร็ง แต่คือ “ภาวะแทรกซ้อนจากการเสียเลือด” แบบเคสนี้ครับ
✅ แล้วควรทำยังไง?
ถ้าใครที่มีอาการเหล่านี้ อย่ารอครับ
• รีบอัลตราซาวด์มดลูกกับสูตินรีแพทย์
การตรวจที่เห็นชัดที่สุดคืออัลตราซาวด์ช่องท้องหรืออัลตราซาวด์ทางช่องคลอด จะบอกได้ทันทีว่ามีก้อนหรือไม่ ขนาดเท่าไหร่ อยู่ตำแหน่งไหน และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนหรือเปล่า
• ตรวจเลือดดูภาวะซีด อย่าดูแค่ “เลือดออกหรือไม่ออก”
หลายคนเสียเลือดสะสมจนค่าเลือดตกแบบไม่รู้ตัว ควรตรวจ CBC ดู Hemoglobin/Hematocrit เพราะบางคนเลือดไหลในท้องหรือเสียเรื้อรังจนซีดหนักก่อนจะมีอาการชัด
• ถ้าปวดรุนแรง หน้ามืด เหงื่อแตก ต้องไปฉุกเฉินทันที
อาการปวดท้องเฉียบพลันร่วมกับอ่อนแรง หน้ามืด หรือใจสั่น อาจหมายถึงเลือดออกในช่องท้องหรือภาวะช็อก ไม่ควรรอให้หายเอง ต้องไป ER เพื่อประเมินและผ่าตัดทันเวลา
• วางแผนรักษาตามขนาดก้อน ไม่ใช่ปล่อยโตไปเรื่อย ๆ
ก้อนเล็กอาจติดตามได้ แต่ถ้าโตเกิน 5–7 ซม. มีเลือดออกมาก หรือกดอวัยวะ แพทย์อาจแนะนำยา ผ่าตัดส่องกล้อง หรือผ่าตัดเอาก้อนออก เพื่อกันเหตุฉุกเฉินแบบเคสนี้
• หลังรักษาต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะปัญหาไม่ได้จบแค่ผ่า
ก้อนเนื้อมดลูกบางคนกลับมาโตซ้ำได้ และภาวะซีดต้องฟื้นฟูต่อ ตรวจเลือดซ้ำ และติดตามอัลตราซาวด์ตามนัดเสมอ
ก้อนเนื้อมดลูกน่ากลัวที่สุดตรงที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่บางเคสสามารถเสียเลือดเงียบ ๆ จนค่าเลือดตก และเกิดเลือดออกในช่องท้องระดับลิตรได้จริง ถ้ามีเมนส์ผิดปกติ ซีด เหนื่อย หรือปวดท้องน้อย อย่าทน ควรตรวจตั้งแต่วันนี้ เพราะตรวจเร็ว = ปลอดภัยกว่ามากครับ






