อย่ารอให้ไตพัง หมอเจด เปิดสูตรขับโซเดียม ใน 24 ชม. ไตไม่ทำงานหนัก

"หมอเจด" เปิดสูตรขับโซเดียม ใน 24 ชั่วโมง ไตไม่ทำงานหนัก ถ้าจัดรูทีนทั้งวันให้ถูก จะช่วยลดบวม ลดความดัน และชะลอไตเสื่อมได้จริง

"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย สูตรขับโซเดียม ใน 24 ชม. ไตไม่ทำงานหนัก โดยระบุว่า หลายคนที่ไตเริ่มเสื่อมมักยังไม่มีอาการแสดงออกมา หรือบางคนเป็นระยะที่ 1-3 ไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ไตแย่ลงเร็วที่สุดคือ "โซเดียมสูง + ความดันแกว่ง + น้ำคั่งสะสม" เพราะไตต้องทำงานหนักตลอดวันเพื่อขับเกลือออก ถ้าจัดรูทีนทั้งวันให้ถูก จะช่วยลดบวม ลดความดัน และชะลอไตเสื่อมได้จริง นี่คือสูตรแบบ 24 ชั่วโมงที่คนค่าไตสูง หรืออยู่ในระยะ 1-3 ทำตามได้

 

อย่ารอให้ไตพัง หมอเจด เปิดสูตรขับโซเดียม ใน 24 ชม. ไตไม่ทำงานหนัก

  • เช้า (06.00–09.00) เปิดวันให้ไตไม่ช็อกเกลือ

ตื่นมาเริ่มด้วยน้ำเปล่า 1 แก้วเล็ก ๆ ไม่ต้องรีบดื่มเยอะทันที แล้วขยับเบา ๆ 5–10 นาที เพราะการเดินช่วยให้เลือดไหลเวียนและลดน้ำคั่งตั้งแต่เช้า อาหารเช้าเน้นรสจืด เช่น ไข่ต้ม + ข้าวต้มไม่ปรุงเค็ม หรือเต้าหู้กับผัก หลีกเลี่ยงกับดักโซเดียมอย่างไส้กรอก หมูหยอง อาหารแปรรูป เพราะเช้าคือช่วงที่ความดันพุ่งง่าย

 

 

  • สาย (10.00–12.00) ช่วงขับเกลือแบบธรรมชาติด้วยการขยับ

คนทำงานนั่งนานมักบวมง่ายเพราะน้ำเหลืองไหลกลับไม่ดี ให้ลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง หรือเขย่งปลายเท้า 20–30 ครั้งเหมือนเปิด "ปั๊มน่อง" ลดน้ำคั่งที่ขาได้ดีมาก ช่วงนี้ถ้าหิวให้เลือกของว่างโซเดียมต่ำ เช่น ผลไม้โพแทสเซียมต่ำปริมาณพอดี หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ใช่ขนมกรุบกรอบ เพราะขนมถุงคือโซเดียมซ่อนอันดับหนึ่ง

 

 

  • เที่ยง (12.00–14.00) มื้อหลักที่ไม่ทำให้ไตแบกเกลือทั้งวัน

มื้อเที่ยงไม่ต้องอด แต่ต้องจัดจานให้ถูก ครึ่งจานเป็นผัก หนึ่งในสี่เป็นโปรตีนพอดี เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ และอีกหนึ่งในสี่เป็นคาร์บคุณภาพ เช่น ข้าวกล้องเล็กน้อย สิ่งสำคัญคือหลีกเลี่ยงน้ำซุป น้ำแกง และอาหารราดซอส เพราะโซเดียมส่วนใหญ่อยู่ใน “น้ำ” ไม่ใช่ตัวเนื้อครับ หลังอาหารเดิน 10–15 นาทีช่วยลดบวมและลดความดันได้จริง

บ่าย (15.00–17.00) จุดพลาดที่ทำให้โซเดียมพุ่งแบบไม่รู้ตัว
ช่วงบ่ายคนส่วนใหญ่มักเผลอกินชาเย็น ขนมปัง ไส้กรอก หรือขนมขบเคี้ยว ซึ่งทั้งหวานและเค็ม ทำให้ไตทำงานหนักทันที ให้เปลี่ยนเป็นถั่วไม่เค็ม เลือกผลไม้โพแทสเซียมต่ำ เช่น ชมพู่ องุ่นเขียว หรือสับปะรด (ในปริมาณที่หมอกำหนด) หรือชาไม่หวาน และถ้านั่งทำงานยาว ๆ ให้เขย่งเท้าหรือยืดน่องสั้น ๆ จะช่วยลดขาบวมช่วงเย็นได้มาก

 

  • เย็น (18.00–20.00) มื้อเบาที่ช่วยให้ไตพักจริง

มื้อเย็นควรเบากว่ามื้อเที่ยง เพราะกลางคืนไตขับเกลือช้าลง เน้นอาหารจืด เช่น แกงจืด ผักต้ม ปลาเผาไม่จิ้มเยอะ หลีกเลี่ยงหมูกระทะ น้ำจิ้มจัด ของดอง และที่สำคัญ “อย่าซดน้ำซุปหมด” เพราะโซเดียมจะค้างทั้งคืน ทำให้ตื่นมาหน้าบวม ความดันสูง

 

 

  • ก่อนนอน (21.00–23.00) ช่วงชะลอไตเสื่อมที่คนมองข้าม

ก่อนนอนหลีกเลี่ยงการกินเค็มหรือของแปรรูป เพราะจะทำให้น้ำค้างในร่างกายทั้งคืน ให้ยืดเหยียดเบา ๆ หรือเดินช้า ๆ 5 นาที ช่วยระบายน้ำคั่ง ลดบวมตอนเช้า และการนอนให้พอคือหัวใจ เพราะนอนน้อยทำให้ความดันพุ่ง ไตเสื่อมไวขึ้นแบบเงียบ ๆ ควรนอนก่อน 5 ทุ่มเพื่อให้ไตได้พักจริงครับ


ข้อสำคัญสำหรับไตระยะ 1–3 ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
อย่ากินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs บ่อย ๆ และอย่ากินสมุนไพรไม่รู้แหล่ง เพราะเป็นตัวเร่งไตพังแบบเงียบที่สุด และอย่ากินอาหารโพแทสเซียมสูงแบบเข้มข้นโดยไม่ดูผลเลือด ควรติดตามค่าไตกับแพทย์สม่ำเสมอ


ไตชะลอได้มาก ถ้าเราคุมโซเดียมทั้งวันให้ถูก เดินทุกวัน ลดของแปรรูป ไม่ซดน้ำซุป และนอนให้พอ ไตจะทำงานเบาลง บวมลด ความดันนิ่ง และเสื่อมช้าลงอย่างชัดเจนครับ ที่สำคัญคืออย่ารอให้มีอาการ เพราะไตพังแบบเงียบมาก การเริ่มจากรูทีนเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลดเค็มทีละนิด ขยับให้บ่อย และตรวจค่าไตสม่ำเสมอ คือวิธีที่ช่วยยืดอายุไตได้จริงในระยะยาว

 

ขอบคุณ FB : หมอเจด