หมอเจด เปิดชัดๆสัญญาณ 5 อาการหัวใจขาดเลือด แบบไม่เจ็บหน้าอก

อย่าชะล่าใจ "หมอเจด" เปิดชัดๆ 5 อาการหัวใจขาดเลือด แบบไม่เจ็บหน้าอก รู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นหัวใจวายเฉียบพลัน

วันที่ 22 ก.พ. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก "หมอเจด" เผย 5 อาการหัวใจขาดเลือด แบบไม่เจ็บหน้าอก โดยระบุว่า 

 

หมอเปิดชัดๆสัญญาณ 5 อาการหัวใจขาดเลือด แบบไม่เจ็บหน้าอก

หลายคนเข้าใจว่าหัวใจขาดเลือดต้อง "เจ็บหน้าอกแน่น ๆ" เท่านั้น แต่ความจริงคือ คนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะผู้หญิง ผู้สูงอายุ และคนเป็นเบาหวาน อาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลยครับ หัวใจขาดเลือดสามารถมาแบบเงียบ ๆ หลอกเหมือนโรคอื่น จนรู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นหัวใจวายเฉียบพลันแล้ว นี่คือ 5 อาการสำคัญที่ต้องระวัง


อาการหัวใจขาดเลือดเกิดจากอะไร?
หัวใจขาดเลือดเกิดจาก "หลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน" ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ สาเหตุหลักมักมาจากไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด (คราบพลัค) จนเลือดไหลผ่านได้น้อยลง พอหัวใจต้องทำงานมากขึ้น เช่น เดินเร็ว เครียด นอนดึก หรือหลังมื้อหนัก กล้ามเนื้อหัวใจจะเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติออกมา บางคนเจ็บหน้าอกชัด แต่หลายคนจะมาแบบเหนื่อย จุก แน่น หรือหอบแทน ซึ่งอันตรายเพราะถูกมองข้ามง่าย


1. เหนื่อยง่ายผิดปกติ เดินนิดเดียวก็หมดแรง
ถ้าอยู่ดี ๆ เหนื่อยง่ายขึ้นมาก ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงหนัก เดินขึ้นบันไดนิดเดียวก็หอบ หรือรู้สึกหมดแรงแบบแปลก ๆ นี่อาจไม่ใช่แค่พักผ่อนน้อย แต่เป็นสัญญาณว่าหัวใจส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ เพราะหลอดเลือดหัวใจเริ่มตีบ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นแบบเงียบ ๆ


2. จุกแน่นลิ้นปี่ คล้ายกรดไหลย้อน แต่ไม่หาย
หัวใจขาดเลือดบางคนไม่ได้เจ็บหน้าอก แต่จะรู้สึกแน่น ๆ จุก ๆ บริเวณลิ้นปี่ เหมือนอาหารไม่ย่อยหรือกรดไหลย้อน โดยเฉพาะเวลาหลังเดินเร็ว เครียด หรือกินอิ่มแล้วแน่นผิดปกติ ถ้าเป็นซ้ำ ๆ และไม่สัมพันธ์กับอาหารชัด ๆ ต้องระวังว่าอาจเป็นสัญญาณหัวใจ

3. ปวดร้าวไหล่ซ้าย แขน กราม หรือหลัง
อาการหัวใจขาดเลือดมักส่งความเจ็บไปที่อื่นได้ เช่น ปวดตื้อ ๆ ไหล่ซ้าย แขนซ้าย ปวดกราม หรือปวดหลังช่วงบน เหมือนกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ถ้าเกิดร่วมกับเหนื่อยหรือเหงื่อออก อันนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็น pain referral ของหัวใจ


4. เหงื่อแตก ใจสั่น หน้ามืดแบบไม่มีเหตุผล
บางคนอยู่เฉย ๆ แล้วเหงื่อออกเยอะ ใจเต้นแรง หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม ทั้งที่ห้องไม่ได้ร้อน นี่อาจเกิดจากหัวใจขาดเลือดทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้น ร่างกายเข้าสู่โหมดฉุกเฉินแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะถ้าเกิดตอนออกแรงหรือกลางคืน ต้องรีบเช็ก


5. หายใจไม่อิ่ม นอนราบแล้วแน่น ต้องลุกมาหายใจ
หัวใจขาดเลือดบางรายมาในรูปแบบหอบเหนื่อย หายใจไม่สุด โดยเฉพาะตอนนอนราบหรือกลางคืน เหมือนอากาศไม่พอ ต้องลุกขึ้นนั่งถึงดีขึ้น อันนี้อาจเป็นสัญญาณว่าหัวใจเริ่มสูบฉีดไม่ไหว และมีความเสี่ยงหัวใจวายแฝงอยู่


6. ถ้ามีอาการแบบนี้ ควรทำยังไงทันที?
ถ้ามีหลายข้อร่วมกัน โดยเฉพาะเหนื่อยผิดปกติ เหงื่อแตก ใจสั่น หรือแน่นจุกเวลาขยับตัว อย่ารอดูเอง ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตรวจเอนไซม์หัวใจ และอาจต้องทำ stress test หรือ CT หลอดเลือดหัวใจ เพราะหัวใจขาดเลือดถ้าเจอเร็ว รักษาได้ก่อนจะกลายเป็นหัวใจวายเฉียบพลัน ที่สำคัญอย่าขับรถไปเองถ้าอาการหนัก ให้เรียกรถพยาบาลทันที


ไม่อยากเสี่ยงหัวใจขาดเลือด ให้เริ่มทำแบบนี้

หัวใจขาดเลือดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มาจากไขมันสะสมและการอักเสบในหลอดเลือดที่ค่อย ๆ สะสมเงียบ ๆ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้

  • คุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 130/80
  • ลดน้ำตาลและไขมันทรานส์
  • เลี่ยงของทอดและเนื้อแปรรูป
  • เพิ่มผัก ปลาโอเมก้า-3 ถั่วให้มากขึ้น
  • เดินเร็ววันละ 30 นาทีช่วยเปิดหลอดเลือดได้จริง ควรเดินในระดับที่เหนื่อยพอประมาณแต่ยังพูดเป็นประโยคได้ เพื่อความปลอดภัย
  • เลิกบุหรี่คือการลดเสี่ยงหัวใจวายทันที
  • และถ้ามีเบาหวาน ไขมันสูง หรือคนในครอบครัวเคยหัวใจวาย ควรตรวจเลือดและประเมินหลอดเลือดกับแพทย์สม่ำเสมอ เพราะกันไว้ก่อน ดีกว่ารอให้หัวใจเตือนครั้งสุดท้าย


หัวใจขาดเลือดไม่ได้มาแบบเจ็บหน้าอกเสมอไป หลายคนมาแบบเหนื่อย จุกลิ้นปี่ ปวดร้าวแขน เหงื่อแตก หรือหายใจไม่อิ่ม ถ้าเริ่มมีอาการแปลก ๆ ซ้ำ ๆ อย่าชะล่าใจ เพราะหัวใจวายไม่เตือนล่วงหน้า แต่ถ้าเราจับสัญญาณได้เร็ว โอกาสรอดและรักษาได้มีจริง

 

ขอบคุณ  FB : หมอเจด