"หมอเจด" เปิดชัดๆ 5 สัญญาณผิวแบบนี้ เสี่ยงเบาหวานไม่รู้ตัว

"หมอเจด" ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ เช็กเลย 5 สัญญาณผิวแบบนี้ "สัญญาณเล็ก ๆ" เสี่ยงเบาหวานไม่รู้ตัว หลายคนมองข้าม

วันที่ 8 มี.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก "หมอเจด" เผย เช็กเลย 5 สัญญาณผิว เสี่ยงเบาหวานไม่รู้ตัว โดยระบุว่า

 

หลายคนคิดว่าโรคเบาหวานต้องมีอาการชัด ๆ เช่น

  • ปัสสาวะบ่อย
  • หิวน้ำบ่อยๆ
  • น้ำหนักลด

 

หมอเจด เปิดชัดๆ 5 สัญญาณผิวแบบนี้ เสี่ยงเบาหวานไม่รู้ตัว

แต่ในความเป็นจริง ร่างกายมักมี "สัญญาณเล็ก ๆ" เตือนมาก่อน และหนึ่งในอวัยวะที่บางครั้งสะท้อนความผิดปกติของระบบเผาผลาญได้ ก็คือ ผิวหนัง จริงๆแล้วเราพบว่าผิวหนังบางลักษณะอาจสัมพันธ์กับภาวะ insulin resistance หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเรื้อรังได้ในบางคน วันนี้ผมสรุปให้ฟัง ลองเช็กตัวเองกันดู


1. คอดำ รักแร้ดำ ขาหนีบดำผิดปกติ


หลายคนเห็นผิวคล้ำตรงคอหรือรักแร้ หรือที่เราเรียกคอคาร์บอน แล้วคิดว่าเป็นแค่ขี้ไคล แต่จริง ๆ แล้วในบางกรณีมันอาจเป็นภาวะที่เรียกว่า Acanthosis nigricans

ลักษณะที่เจอได้บ่อยคือ

  • ผิวสีเข้มขึ้น
  • ผิวหนาขึ้น
  • ดูคล้ายกำมะหยี่

มักพบบริเวณ

  • หลังคอ
  • รักแร้
  • ขาหนีบ
  • ใต้ราวนม

ภาวะนี้มักพบร่วมกับ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ พรีไดเบทิสและเบาหวานชนิดที่ 2 พูดง่าย ๆ คือ เมื่ออินซูลินในเลือดสูงขึ้น มันอาจไปกระตุ้นตัวรับที่ผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวแบ่งตัวมากขึ้น ผิวจึงหนาและคล้ำขึ้นอย่างที่เราเห็นครับ


2. ผิวคันง่าย โดยเฉพาะคันตามตัวหรืออวัยวะเพศ


อีกอาการหนึ่งที่บางคนสังเกตได้คือ ผิวคัน สาเหตุอาจเกิดจากหลายอย่าง เช่น

  • ผิวแห้งจากระดับน้ำตาลที่สูง
  • การไหลเวียนเลือดที่ผิวหนังลดลง
  • การติดเชื้อราและแบคทีเรียได้ง่ายขึ้น


บางคนจะรู้สึก

  • คันตามตัว
  • คันขาหนีบ
  • คันบริเวณอวัยวะเพศ
  • หรือคันซ้ำ ๆ แบบหาสาเหตุไม่เจอ

โดยเฉพาะผู้หญิง บางครั้งอาจมี เชื้อราในช่องคลอดเป็นซ้ำบ่อย แต่ก็ต้องบอกก่อนว่า อาการคันไม่ได้แปลว่าเป็นเบาหวานเสมอไป เพราะอาจเกิดจากผิวแห้ง ภูมิแพ้ หรือโรคผิวหนังอื่นได้เหมือนกัน แต่ถ้ามีอาการคันเรื้อรัง หรือเป็นซ้ำบ่อย ๆ การตรวจเช็กระดับน้ำตาลในเลือดก็อาจเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา
 

3. เป็นเชื้อราที่ผิวหนังบ่อยกว่าปกติ


ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูง เชื้อราบางชนิดจะเติบโตได้ง่ายขึ้น ที่เราเจอบ่อยก็เช่น

  • กลาก
  • เกลื้อน
  • เชื้อราที่ขาหนีบ
  • เชื้อราที่เล็บ
  • เชื้อราในช่องคลอด

ในคนที่มีเบาหวาน หรือคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ภูมิคุ้มกันบางส่วนของผิวหนังจะลดลง ทำให้เชื้อพวกนี้เกิดได้ง่าย และบางครั้งเป็นซ้ำบ่อย ถ้าใครเป็นเชื้อราซ้ำ ๆ แบบรักษาหายแล้วกลับมาอีก หมอก็มักจะพิจารณา ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดร่วมด้วย

 

4. แผลหายช้ากว่าปกติ


อีกสัญญาณหนึ่งที่พบได้ในคนที่น้ำตาลสูงคือ แผลหายช้า บางคนจะเริ่มสังเกตว่า

  • แผลถลอกเล็ก ๆ หายช้ากว่าปกติ
  • แผลติดเชื้อได้ง่าย
  • แผลบริเวณเท้าหายยาก


สาเหตุหลัก ๆ เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อ
การไหลเวียนเลือด

  • การทำงานของเม็ดเลือดขาว
  • กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • ทำให้การสมานแผลของร่างกายทำได้ช้าลง


นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เป็นเบาหวาน ต้องระวังเรื่อง แผลที่เท้า เป็นพิเศษ


5. มีตุ่มเล็ก ๆ สีเหลืองขึ้นตามผิวหนัง


อาการนี้พบไม่บ่อย แต่ถ้าเกิดขึ้นก็ควรสังเกต ภาวะนี้เรียกว่า Eruptive xanthomas

ลักษณะคือ

  • ตุ่มเล็ก ๆ สีเหลือง
  • บางครั้งมีขอบแดง
  • มักขึ้นตามแขน ขา หรือก้น


ภาวะนี้มักสัมพันธ์กับ ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ที่สูงมาก ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และอาจพบร่วมกับเบาหวานหรือภาวะเมตาบอลิกซินโดรมได้


ถ้าเจอตุ่มลักษณะนี้ แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจ

  • น้ำตาลในเลือด
  • ไขมันในเลือด
  • เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคเมตาบอลิก


สรุป ผิวหนังไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามอย่างเดียว แต่บางครั้งสะท้อนสุขภาพภายในร่างกายได้ถ้าเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ เช่น

  • คอดำ รักแร้ดำ
  • คันผิวหนังเรื้อรัง
  • เป็นเชื้อราซ้ำ ๆ
  • แผลหายช้า
  • มีตุ่มเหลืองตามตัว


อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่า ระบบเผาผลาญของร่างกายเริ่มมีความผิดปกติ แต่ต้องย้ำว่า อาการทางผิวหนังอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยเบาหวานได้ การยืนยันต้องอาศัยการตรวจเลือด เช่น ระดับน้ำตาลหรือ HbA1c สิ่งสำคัญคือถ้าพบความเสี่ยงเร็วและเริ่มปรับพฤติกรรมได้ทัน เช่น

  • คุมอาหาร
  • ออกกำลังกาย
  • คุมน้ำหนัก
  • ตรวจสุขภาพป็นระยะ


ก็อาจช่วย ลดโอกาสเกิดเบาหวาน หรือชะลอการเกิดโรคได้ เพราะฉะนั้น ถ้าผิวกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง อย่ามองข้ามนะ

 

ขอบคุณ FB : หมอเจด