หมอเตือน 7 พฤติกรรม ทำแบบนี้ก่อนนอนทุกคืน เสี่ยง "สมองขาดเลือด"

หลายคนทำประจำไม่รู้ตัว! "หมอเจด" เตือนแล้วนะ 7 พฤติกรรมเล็ก ๆ ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ก่อนนอนทุกคืน ระวังเสี่ยง "สมองขาดเลือด"

วันที่ 30 มี.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย ทำแบบนี้ก่อนนอนทุกคืน ระวังสมองขาดเลือด โดยระบุว่า หลายคนมีพฤติกรรมก่อนนอนที่คิดว่า "ปกติ" เช่น เล่นมือถือยาว ๆ นอนดึก กินดึก หรือเครียดก่อนนอน 

 

หมอเตือน 7 พฤติกรรม ทำแบบนี้ก่อนนอนทุกคืน เสี่ยงสมองขาดเลือด

แต่รู้ไหมครับว่า ช่วงก่อนนอนคือช่วงที่ร่างกายต้อง "ลดความดัน ลดการเต้นหัวใจ และปรับการไหลเวียนเลือด" เพื่อเข้าสู่โหมดซ่อมแซม ถ้าพฤติกรรมเราขัดกับจังหวะนี้ทุกคืน อาจทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงแบบเงียบ ๆ จนเพิ่มความเสี่ยง “สมองขาดเลือด” ในระยะยาวได้ ลองเช็กดูว่าคุณกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือเปล่า


1. เล่นมือถือก่อนนอนนาน ๆ
แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะไปกดฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้ร่างกายไม่เข้าสู่โหมดพักจริง ๆ ระบบประสาทยังตื่นตัว หลอดเลือดยังหดตัว และความดันไม่ลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไปสมองแย่ลง และยังทำให้นอนหลับไม่ลึกอีกด้วย


2. นอนดึกเป็นประจำ
การนอนหลังเที่ยงคืนบ่อย ๆ ทำให้จังหวะฮอร์โมนรวน โดยเฉพาะคอร์ติซอลที่ควรลดตอนกลางคืน กลับยังสูงอยู่ ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว ความดันไม่ลด และเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบของหลอดเลือด ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะสมองขาดเลือดในระยะยาว


3. กินมื้อหนักก่อนนอน
การกินอิ่มจัด โดยเฉพาะของมันหรือหวานก่อนนอน จะทำให้เลือดไปเลี้ยงระบบย่อยอาหารมากขึ้น ขณะที่สมองและระบบอื่นได้รับเลือดน้อยลงชั่วคราว และยังทำให้ระดับน้ำตาลแกว่ง ส่งผลต่อคุณภาพการนอนและการฟื้นฟูของสมอง

4. ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
หลายคนคิดว่าช่วยให้หลับง่าย แต่จริง ๆ แล้วแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายแล้วหดตัวผิดจังหวะ รบกวนการไหลเวียนเลือด และทำให้การนอนหลับไม่ลึก ส่งผลให้สมองไม่ได้ฟื้นฟูเต็มที่ และเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดในระยะยาว


5. เครียดหรือคิดงานก่อนนอน
ความเครียดจะกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันสูง และหลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงโดยไม่รู้ตัว ถ้าเกิดซ้ำ ๆ ทุกคืน จะกลายเป็นการอักเสบสะสมในหลอดเลือด และรบกวนการนอนลึก ทำให้สมองฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ในระยะยาว


6. นอนในห้องอากาศไม่ถ่ายเท
ห้องที่อากาศอับ หรือมีออกซิเจนต่ำ จะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลงขณะนอน ส่งผลให้สมองได้รับออกซิเจนและเลือดไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่นอนปิดห้องสนิท ไม่มีการระบายอากาศ อาจเสี่ยงมากกว่าที่คิด และอาจทำให้ตื่นมาแล้วมึนหัว อ่อนเพลีย หรือหลับไม่สนิท


7. ดื่มคาเฟอีนช่วงเย็นถึงดึก
กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง จะกระตุ้นระบบประสาท ทำให้หลอดเลือดยังหดตัว และร่างกายไม่เข้าสู่โหมดพักจริง หลายคนคิดว่าแค่แก้วเดียวไม่น่ามีผล แต่คาเฟอีนมีฤทธิ์อยู่ในร่างกายได้นานหลายชั่วโมง ทำให้ความดันไม่ลดและรบกวนการไหลเวียนเลือดไปสมองในช่วงสำคัญ ถ้าดื่มเป็นประจำช่วงเย็นถึงดึก ความเสี่ยงจะสะสมโดยไม่รู้ตัวได้


สิ่งที่ควรทำแทนก่อนนอน

  • งดหน้าจออย่างน้อย 30–60 นาที ก่อนนอน
  • กินมื้อเย็นให้ห่างจากเวลานอน 2–3 ชั่วโมง
  • ปรับห้องให้มืด เงียบ และอากาศถ่ายเท
  • หายใจลึก ๆ หรือยืดตัวเบา ๆ ลดความเครียด
  • เข้านอนให้เป็นเวลา เพื่อรีเซ็ตฮอร์โมน


สมองขาดเลือดไม่ได้เกิดขึ้นเฉียบพลันเสมอไป แต่เกิดจาก "พฤติกรรมเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ทุกคืน" ที่ทำให้หลอดเลือดทำงานผิดจังหวะ เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงแบบเงียบ ๆ ถ้าอยากให้สมองฟื้นตัวดี นอนหลับลึก และลดเสี่ยงสโตรกในระยะยาว เริ่มปรับพฤติกรรมก่อนนอนตั้งแต่คืนนี้


ขอบคุณ FB : หมอเจด