- 01 พ.ค. 2569
"หมอเจด" เปิดชัดๆ 5 อาการ "เส้นเลือดหัวใจตีบ" ระยะแรก หลายคนไม่รู้คิดว่ากรดไหลย้อน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอาจนำไปสู่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
วันที่ 1 พ.ค. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย 5 อาการ "เส้นเลือดหัวใจตีบ" ระยะแรก ที่มักคิดว่ากรดไหลย้อน โดยระบุว่า อาการแน่นหน้าอก แสบร้อนลิ้นปี่ หลายคนจะนึกถึง "กรดไหลย้อน" เป็นอย่างแรก แล้วซื้อยามากินเอง
แต่ในความจริง อาการบางแบบอาจเป็นสัญญาณของ "เส้นเลือดหัวใจตีบ" ระยะแรก ซึ่งอันตรายกว่า เพราะถ้าพลาด อาจนำไปสู่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ จุดสำคัญคืออาการช่วงต้นมักไม่ชัด และคล้ายกันมาก ต้องสังเกตให้ดีตามนี้
1. แน่นหน้าอกเหมือนจุก แต่เป็นตอน "ออกแรง"
ถ้าแน่นหน้าอกเวลาเดินเร็ว ขึ้นบันได หรือทำงานหนัก แล้วดีขึ้นเมื่อพัก อันนี้ต้องระวัง เพราะเป็นลักษณะของหัวใจขาดเลือด ต่างจากกรดไหลย้อนที่มักเป็นหลังอาหารหรือเวลานอนราบ อาการแบบนี้หลายคนจะคิดว่าแค่จุกหรือกรดขึ้น แต่จริง ๆ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของหลอดเลือดหัวใจตีบ
2. แสบร้อนกลางอก แต่ไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร
กรดไหลย้อนมักสัมพันธ์กับอาหาร เช่น กินอิ่มแล้วแสบ แต่ถ้าแสบร้อนกลางอกแบบไม่เกี่ยวกับอาหาร หรือเป็นตอนออกแรง หรือเครียด ต้องระวัง เพราะอาจเป็นอาการของหัวใจ โดยเฉพาะถ้าเป็นซ้ำ ๆ หรือเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ควรปล่อยไว้ และบางครั้งอาจมีเหงื่อออก ใจสั่น หรือแน่นลึก ๆ ร่วมด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องสังเกตเพิ่ม
3. ร้าวไปแขนซ้าย คอ กราม หรือหลัง
อาการปวดหรือแน่นที่ร้าวไปตำแหน่งอื่น โดยเฉพาะแขนซ้าย คอ หรือกราม เป็นลักษณะเด่นของหัวใจขาดเลือด ซึ่งกรดไหลย้อนมักไม่ร้าวแบบนี้ ถ้ามีอาการร่วมแบบนี้ ต้องระวังเป็นพิเศษ และควรตรวจให้ชัด เพราะมักบ่งบอกว่าการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหัวใจเริ่มมีปัญหาแล้ว ไม่ควรรอให้อาการหนักก่อน
4. เหนื่อยง่ายผิดปกติ ทั้งที่ทำอะไรเท่าเดิม
บางคนไม่ได้ปวดชัด แต่จะรู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ทั้งที่ทำกิจกรรมเท่าเดิม โดยเฉพาะเวลาขึ้นที่สูงหรือเดินเร็ว อาการนี้อาจเป็นสัญญาณว่าหัวใจเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่จากหลอดเลือดตีบ ไม่ควรมองข้าม และถ้ามีอาการอ่อนเพลียร่วมกับใจสั่น หรือเวียนหัวบ่อย ควรรีบตรวจเพื่อหาสาเหตุ
5. อาการมาเป็น ๆ หาย ๆ แต่ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
เส้นเลือดหัวใจตีบระยะแรก อาการมักไม่หนักในครั้งเดียว แต่จะค่อย ๆ เป็นบ่อยขึ้น จากเดิมเดินไกล ๆ ถึงเป็น กลายเป็นเดินนิดเดียวก็แน่น หรือพักไม่นานก็ไม่หาย ลักษณะ “แย่ลงเรื่อย ๆ” แบบนี้ เป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องรีบตรวจ และไม่ควรรอให้อาการรุนแรง เพราะอาจพัฒนาไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
ไม่อยากเส้นเลือดหัวใจตีบตั้งแต่ระยะแรก ควรทำแบบนี้
- คุมไขมัน LDL ไม่ให้เกิน 100 mg/dL ลดของทอด ของมัน และอาหารแปรรูป
- คุมน้ำตาลในเลือด ลดหวาน ลดแป้งขัดขาว ป้องกันหลอดเลือดเสื่อม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
- เลิกบุหรี่ และลดแอลกอฮอล์ เพราะทำให้หลอดเลือดอักเสบ
- ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะรอบเอว ไม่ปล่อยให้อ้วนลงพุง
- ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ เช็กไขมัน น้ำตาล และความดัน
- เลือกอาหารลดการอักเสบ เช่น โอเมก้า-3 แอสตร้าแซนธิน ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
อาการที่เหมือนกรดไหลย้อน อาจไม่ใช่แค่เรื่องกระเพาะ แต่เป็นสัญญาณของหัวใจ ถ้ามีอาการแน่นหน้าอก ร้าว เหนื่อยง่าย หรือเป็นถี่ขึ้น ควรรีบตรวจให้ชัด เพราะการรู้เร็วและปรับพฤติกรรมทัน จะช่วยลดความเสี่ยงหัวใจขาดเลือดรุนแรง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้จริง
ขอบคุณ FB : หมอเจด






