- 05 พ.ค. 2569
"หมอเจด" เตือน 6 อาการผิวหนังเป็นแบบนี้ ระวังสัญญาณ "ตับ" มีปัญหา ถ้ามีหลายอาการร่วมกัน อย่ามองข้าม ควรตรวจเลือดดูค่าตับ ปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ
วันที่ 5 พ.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ผ่านทางด้านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย สัญญาณผิวแบบนี้ ระวังตับมีปัญหา โดยระบุว่า
หลายคนคิดว่า "ตับมีปัญหา" ต้องปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลืองก่อน แต่ความจริงคือ ตับสามารถมีปัญหาได้แบบเงียบ ๆ และสิ่งที่เริ่มบอกเราก่อนคือ "ผิวหนัง" เพราะตับเกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสีย ฮอร์โมน และสารพิษ ถ้าตับเริ่มทำงานผิดปกติ ของเสียบางอย่างจะสะสม และแสดงออกผ่านผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้
1. ผิวคล้ำขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ
ถ้าผิวดูหมองคล้ำขึ้น ทั้งที่ไม่ได้โดนแดดเพิ่ม หรือพักผ่อนเท่าเดิม อาจเกี่ยวกับการที่ตับจัดการของเสียและฮอร์โมนได้ไม่ดี ทำให้เม็ดสีผิวเปลี่ยนไป โดยเฉพาะบริเวณหน้า หลังคอ หรือรักแร้ รอยคล้ำเหมือนขี้ไคลที่ถูไม่ออก ซึ่งบางครั้งสัมพันธ์กับภาวะไขมันพอกตับหรือดื้ออินซูลินร่วมด้วย
2. คันผิวเรื้อรัง โดยไม่มีผื่นชัด
อาการคันโดยไม่มีผื่น หรือคันทั่วตัว โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาจเกิดจากการที่ของเสีย เช่น น้ำดี คั่งในร่างกายเมื่อการทำงานของตับหรือทางเดินน้ำดีผิดปกติ ของเสียเหล่านี้จะกระตุ้นปลายประสาท ทำให้รู้สึกคันลึก ๆ แบบเกาเท่าไหร่ก็ไม่หาย
3. ผิวเหลือง ตาเหลือง
เป็นสัญญาณที่ชัดของภาวะบิลิรูบินสูง ซึ่งเกิดจากตับไม่สามารถกำจัดของเสียจากเม็ดเลือดแดงได้ตามปกติ ทำให้สีเหลืองสะสมในผิวและตาขาว อาการนี้ไม่ควรรอ ควรรีบตรวจ เพราะอาจเกี่ยวกับตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน หรือปัญหาตับที่รุนแรง
4. มีเส้นเลือดฝอยแดง ๆ คล้ายแมงมุม (Spider angioma)
ลักษณะเป็นเส้นเลือดแดงเล็ก ๆ แตกแขนงคล้ายใยแมงมุม มักพบที่หน้า คอ หรือหน้าอก เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ตับควบคุม เมื่อมีปัญหา ตับจะกำจัดฮอร์โมนได้ไม่ดี ทำให้เส้นเลือดขยายตัวผิดปกติ สัญญาณนี้มักพบในคนที่มีโรคตับเรื้อรัง
5. ฝ่ามือแดงผิดปกติ
บริเวณฝ่ามือ โดยเฉพาะโคนนิ้วโป้งและก้อย มีสีแดงกว่าปกติ เรียกว่า "palmar erythema" เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ซึ่งสัมพันธ์กับความผิดปกติของตับและฮอร์โมนในร่างกาย มักพบร่วมกับสัญญาณอื่นของตับที่เริ่มมีปัญหา
6. รอยเขียวช้ำง่าย หรือเลือดออกหยุดยาก
ตับคือ "โรงงานหลัก" ในการสร้างโปรตีนที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว (Clotting Factors) เมื่อตับมีปัญหา โรงงานผลิตได้น้อยลง ผลที่ตามมาคือแค่เดินชนขอบโต๊ะเบา ๆ ก็เกิดรอยเขียวช้ำดวงใหญ่ หรือเวลาแปรงฟันแล้วเลือดออกตามไรฟันนานกว่าปกติ สัญญาณนี้บอกเราว่าตับเริ่ม "เอาไม่อยู่" จนกระทบระบบไหลเวียนเลือดแล้วครับ
ถ้ามีสัญญาณหลาย ๆ ข้อ ควรทำยังไงดี?
- อย่ารอดูอาการอย่างเดียว ต้อง "เช็กและลดภาระตับ" ไปพร้อมกันครับ
- ไปตรวจเลือดดูค่าตับ เช่น AST, ALT, ALP และบิลิรูบิน เพื่อดูว่ามีการอักเสบหรือการคั่งของน้ำดีหรือไม่
- งดแอลกอฮอล์ทันที เพราะเป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้ตับอักเสบและเสื่อมเร็วขึ้น
- ลดอาหารหวาน มัน และแปรรูป เพื่อลดไขมันพอกตับและลดภาระการทำงานของตับ
- นอนให้พอและเป็นเวลา เพราะตับซ่อมแซมตัวเองดีที่สุดตอนหลับลึก
- ระวังการใช้ยาและอาหารเสริม โดยเฉพาะยาที่กินต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง คันมาก หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการดีขึ้นเอง
ผิวหนังไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็น “กระจกสะท้อนสุขภาพตับ” ได้อย่างชัดเจน ถ้ามีหลายอาการร่วมกัน เช่น คัน ผิวคล้ำ เส้นเลือดผิดปกติ หรือเริ่มเหลือง อย่ามองข้าม ควรตรวจเลือดดูค่าตับ และปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะตับยังฟื้นตัวได้ ถ้าเราเริ่มดูแลทัน
ขอบคุณ FB : หมอเจด
