- 11 พ.ค. 2569
"หมอเจด" เปิดชัดๆ 7 อาการ สัญญาณ "มะเร็งเต้านมระยะแรก" แม้ไม่เจ็บ แต่อย่ามองข้าม ถ้ารู้สัญญาณตั้งแต่ต้น โอกาสรักษาหายมีสูงมาก
วันที่ 11 พ.ค. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย 7 สัญญาณ "มะเร็งเต้านมระยะแรก" แม้ไม่เจ็บ แต่อย่ามองข้าม โดยระบุว่า ผมอยากให้ผู้หญิงทุกคนอ่านเรื่องนี้จริง ๆ ครับ เพราะ "มะเร็งเต้านม" เป็นมะเร็งที่เจอบ่อยอันดับต้น ๆ ในผู้หญิงไทย
และที่น่ากลัวคือ ระยะแรกมัก "ไม่เจ็บ" ทำให้หลายคนปล่อยผ่าน กว่าจะรู้ตัวก็ลุกลามไปแล้ว แต่ข่าวดีคือ ถ้ารู้สัญญาณตั้งแต่ต้น โอกาสรักษาหายมีสูงมาก วันนี้ผมสรุป 7 อาการที่เจอบ่อย แบบที่ควรเช็กตัวเองเป็นประจำ
1. คลำเจอก้อนที่เต้านมหรือรักแร้
ก้อนมะเร็งมักจะ "แข็ง ไม่เรียบ ขยับได้น้อย" และมักไม่เจ็บ ต่างจากก้อนธรรมดาที่จะนุ่มและขยับได้ ก้อนอาจอยู่ที่เต้านมหรือบริเวณรักแร้ ซึ่งเป็นจุดที่ต่อมน้ำเหลืองอยู่ และบางครั้งก้อนอาจค่อย ๆ โตขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลองสังเกตว่าก้อนมีการเปลี่ยนแปลงขนาดหรือความแข็งหรือไม่ "ต้องคลำให้ถึงใต้รักแร้" ก่อนนะครับ เพราะมะเร็งเต้านมมักจะลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณนี้เป็นอันดับแรก ถ้าคลำแล้วเจอก้อนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ควรรีบไปตรวจเพิ่มเติมทันที
2. รูปร่างหรือขนาดเต้านมเปลี่ยนไป
เต้านมสองข้างไม่เท่ากันมากขึ้น หรือมีการบวม ผิดรูป โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับรอบเดือน อาการนี้หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของร่างกาย แต่ถ้าสังเกตว่าขนาดเปลี่ยนเร็ว หรือมีความตึงแน่นผิดปกติ ควรระวัง เพราะอาจเกิดจากก้อนภายในเต้านมที่กำลังขยายตัว ทำให้โครงสร้างเต้านมเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ
3. ผิวหนังเต้านมบุ๋มหรือย่นคล้ายผิวส้ม
ถ้าผิวเต้านมมีลักษณะเป็นหลุม ๆ หรือย่นผิดปกติ อาจเกิดจากก้อนมะเร็งดึงรั้งผิวหนังด้านใน ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะแบบนี้ โดยเฉพาะเวลายกแขนหรือขยับตัว อาการจะเห็นชัดขึ้น ลักษณะผิวส้มนี้เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างจำเพาะ และไม่ควรมองข้าม เพราะมักสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในเต้านม
4. หัวนมบุ๋มเข้า หรือเปลี่ยนทิศทาง
หัวนมที่เคยปกติ แต่จู่ ๆ บุ๋มเข้าไปด้านใน หรือเอียงผิดรูป อาจเป็นสัญญาณว่ามีความผิดปกติของเนื้อเยื่อด้านในเต้านม โดยเฉพาะถ้าเป็นข้างเดียว และเกิดขึ้นใหม่ในช่วงหลัง ควรสังเกตร่วมกับอาการอื่น เช่น ก้อนหรือผิวเปลี่ยนแปลง เพราะอาจเกิดจากก้อนดึงรั้งเนื้อเยื่อด้านใน ทำให้รูปทรงหัวนมเปลี่ยนไป
5. มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม
โดยเฉพาะถ้าเป็นข้างเดียว และไม่ได้อยู่ในช่วงให้นมลูก ควรรีบตรวจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านมได้ ของเหลวอาจมีลักษณะใส เหลือง หรือมีเลือดปน ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ และถ้าเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้บีบหรือกระตุ้น ยิ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด
6. ผิวเต้านมแดง บวม ร้อน หรือหนาขึ้น
บางชนิดของมะเร็งเต้านม จะมาในรูปแบบคล้ายการอักเสบ ทำให้ผิวแดง บวม ร้อน หรือหนาขึ้น ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแค่การติดเชื้อ และซื้อยามาทาเอง แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หรือมีอาการลุกลาม ควรรีบตรวจ เพราะมะเร็งชนิดนี้มักดำเนินโรคเร็ว และต้องรักษาอย่างทันท่วงที
7. เจ็บเต้านมหรือรู้สึกผิดปกติเรื้อรัง
แม้มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ไม่เจ็บ แต่ถ้ามีอาการเจ็บเรื้อรัง หรือรู้สึกไม่สบายที่เต้านมแบบไม่หาย และไม่สัมพันธ์กับรอบเดือน ควรตรวจให้แน่ใจ โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วมอื่น เช่น คลำเจอก้อน หรือผิวเปลี่ยนแปลง เพราะอาการเจ็บที่ไม่หายอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายใน
สิ่งที่ควรทำเพื่อลดความเสี่ยง
- ตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน ควรตรวจหลังประจำเดือนหมดประมาณ 7-10 วัน เพราะช่วงนั้นเต้านมจะหายคัดตึงและนิ่มที่สุด ทำให้คลำหาความผิดปกติได้แม่นยำที่สุด
- หากอายุเกิน 40 ปี ควรทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง "แม้จะคลำไม่เจอก็ตาม" การตรวจด้วยตัวเองเป็นแค่การคัดกรองเบื้องต้น เพราะบางครั้งก้อนขนาดเล็กมาก ๆ มือเราอาจคลำไม่เจอ
- ควบคุมน้ำหนัก เพราะไขมันมีผลต่อฮอร์โมน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงมะเร็ง
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และฮอร์โมนโดยไม่จำเป็น
สรุปง่าย ๆ ครับ มะเร็งเต้านมไม่ได้น่ากลัวที่สุด แต่ที่น่ากลัวคือ "การไม่รู้ตัว" เพราะหลายอาการมันไม่เจ็บ และค่อย ๆ เป็น ถ้าหมั่นสังเกตตัวเอง และตรวจเป็นประจำ ถ้าเรารู้สัญญาณมะเร็งเต้านมตั้งแต่ต้น มีโอกาสรักษาหายได้กว่า 90% อย่ารอให้เจ็บแล้วค่อยมาหาหมอ
ขอบคุณ FB : หมอเจด
