- 12 พ.ค. 2569
สายโปรตีนต้องอ่าน! “หมอเจด” เตือนแล้ว กินโปรตีนผิดวิธี อาจทำไตพังไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน-ความดัน!
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
ช่วงนี้หลายคนหันมากินโปรตีนสูงครับ เพราะอยากลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม หรือคุมน้ำตาล ซึ่งจริง ๆ โปรตีนมีประโยชน์มากนะครับ แต่ปัญหาคือ “บางคนกินผิดวิธี” โดยเฉพาะคนที่มีไตเสื่อม เบาหวาน หรือความดันอยู่แล้ว สุดท้ายจากที่หวังจะสุขภาพดี กลับทำให้ไตทำงานหนักขึ้นแบบไม่รู้ตัว วันนี้ผมจะพามาดูว่า กินโปรตีนแบบไหนถึงจะไม่เพิ่มภาระไตครับ
1️⃣ โปรตีนมากเกินไป = ไตทำงานหนักขึ้น
เวลาร่างกายย่อยโปรตีน จะเกิดของเสียไนโตรเจน ซึ่งไตต้องเป็นคนกรองออก ถ้ากินโปรตีนเยอะเกินความจำเป็นทุกวัน โดยเฉพาะสายเวย์จัดหนักหรือบุฟเฟต์เนื้อบ่อย ๆ ไตก็จะยิ่งทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะคนที่ค่าไตเริ่มลดอยู่แล้ว อาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นได้ครับ
2️⃣ คนปกติ vs คนไตเสื่อม กินโปรตีนได้ไม่เท่ากัน
คนสุขภาพดีทั่วไป อาจกินโปรตีนประมาณ 0.8–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก./วันได้ แต่ถ้ามีโรคไต โดยเฉพาะไตเสื่อมระยะ 3 ขึ้นไป อาจต้องลดเหลือประมาณ 0.6–0.8 กรัม/กก./วัน เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป เพราะฉะนั้น “สูตรกินของคนอื่น” อาจไม่เหมาะกับเราครับ
3️⃣ โปรตีนแปรรูป ภาระหนักกว่าโปรตีนธรรมชาติ
ไส้กรอก แฮม เบคอน หรือเนื้อแปรรูป ไม่ได้มีแค่โปรตีน แต่มีทั้งโซเดียม ฟอสเฟต และสารปรุงแต่งสูง ซึ่งกระทบทั้งไตและหลอดเลือด ยิ่งกินบ่อย ยิ่งเพิ่มภาระให้ไตมากกว่าการกินโปรตีนจากปลา ไข่ หรืออกไก่ธรรมชาติครับ และยังเพิ่มความเสี่ยงความดันสูง บวมน้ำ และการอักเสบในร่างกายมากขึ้นอีกด้วย
4️⃣ กินโปรตีนมื้อเดียวหนัก ๆ ไม่ดีเท่ากระจายทั้งวัน
หลายคนชอบอัดโปรตีนทีเดียว เช่น เย็นจัดหนัก หรือกินเวย์หลายสกู๊ปรวดเดียว ซึ่งทำให้ไตต้องรับภาระหนักในช่วงสั้น ๆ การกระจายโปรตีนแต่ละมื้อให้สมดุล จะช่วยให้ร่างกายใช้โปรตีนได้มีประสิทธิภาพ และลดภาระไตได้ดีกว่า และยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการกินรวดเดียวด้วยครับ
5️⃣ ดื่มน้ำน้อย แต่กินโปรตีนสูง ยิ่งเสี่ยง
เมื่อกินโปรตีน ร่างกายต้องใช้น้ำช่วยขับของเสีย ถ้ากินโปรตีนสูง แต่ดื่มน้ำน้อย จะยิ่งเพิ่มความเข้มข้นของของเสียในไต และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วหรือไตทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหนักหรืออยู่ห้องแอร์ทั้งวัน และบางคนอาจเริ่มมีอาการปัสสาวะเข้ม เหนื่อยง่าย หรือปวดหลังร่วมด้วยได้
6️⃣ อย่าดูแค่ “ปริมาณ” แต่ต้องดูคุณภาพโปรตีนด้วย
โปรตีนที่ดี ควรเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย และมีสารปรุงแต่งน้อย เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ หรืออกไก่ มากกว่าของทอดหรือเนื้อแปรรูป เพราะถ้ากินโปรตีนคุณภาพไม่ดี ร่างกายจะเกิดการอักเสบมากขึ้น และส่งผลต่อไตในระยะยาวได้ รวมถึงทำให้ไขมันในเลือดและกรดยูริกสูงขึ้นตามมาได้เช่นกันครับ
7️⃣ ถ้ามีโปรตีนรั่วหรือค่าไตเริ่มผิดปกติ ต้องระวังมากขึ้น
คนที่มีโปรตีนรั่ว (Microalbumin สูง) หรือค่า eGFR เริ่มลด ไม่ควรเพิ่มโปรตีนเองแบบสุ่ม ๆ เพราะบางครั้งยิ่งกินเยอะ ไตก็ยิ่งรั่วมากขึ้น ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินปริมาณที่เหมาะกับร่างกายครับ และควรติดตามค่าไตสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไตเสื่อมลุกลามโดยไม่รู้ตัวในอนาคต
กินโปรตีนยังไง ให้ลดภาระไต?
• เลือกโปรตีนธรรมชาติ เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ อกไก่
• กระจายโปรตีนในแต่ละมื้อ ไม่อัดทีเดียว
• ลดเนื้อแปรรูป และอาหารโซเดียมสูง
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องน้ำ
• คุมเบาหวานและความดัน เพราะสองอย่างนี้ทำร้ายไตโดยตรง
• ตรวจค่าไต เช่น Creatinine, eGFR และโปรตีนรั่วเป็นระยะ
สรุปง่าย ๆ ครับ โปรตีนไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ “การกินผิดวิธี” ต่างหากที่ทำให้ไตเหนื่อย โดยเฉพาะคนที่มีโรคไต เบาหวาน หรือความดันอยู่แล้ว ถ้ากินให้พอดี เลือกโปรตีนดี และดูแลภาพรวมของสุขภาพร่วมด้วย ก็ช่วยรักษากล้ามเนื้อได้โดยไม่เพิ่มภาระไตครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
