หมอเปิดชัดๆ 7 อาการอย่าชะล่าใจ สัญญาณเตือนควรเช็กมะเร็งปากมดลูก

"หมอเจด" เปิดชัดๆ 7 อาการเตือนที่ผู้หญิงอย่าชะล่าใจ สัญญาณแบบไหนควรรีบมะเร็งปากมดลูก มีโอกาสป้องกันและตรวจเจอก่อนเป็นมะเร็งได้

วันที่ 5 ก.ค. 2569 "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เตือนผู้หญิงอย่าชะล่าใจ สัญญาณแบบไหนควรเช็กมะเร็งปากมดลูก โดยระบุว่า เรื่องที่ห่วงที่สุดเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก คือหลายคนรอให้มีอาการก่อนถึงยอมตรวจ ทั้งที่ระยะก่อนมะเร็งและระยะแรกมักไม่มีสัญญาณเตือนเลย กว่าจะมีเลือดออก ตกขาวผิดปกติ หรือปวดท้องน้อย โรคอาจเดินไปมากแล้ว

 

หมอเปิดชัดๆ 7 อาการอย่าชะล่าใจ สัญญาณเตือนควรเช็กมะเร็งปากมดลูก

เพราะฉะนั้นอย่ารอให้ร่างกายร้องดังถึงค่อยสนใจ การตรวจ HPV หรือ Pap smear ตามช่วงอายุและความเสี่ยงต่างหากที่ช่วยเจอความผิดปกติก่อนกลายเป็นมะเร็งได้ วันนี้ผมจะพามาเช็กว่า สัญญาณแบบไหนควรตรวจมะเร็งปากมดลูก


1. มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์อาจเกิดจากช่องคลอดแห้ง แผล การติดเชื้อ หรือติ่งเนื้อได้ครับ แต่ถ้าเกิดซ้ำ แม้เลือดจะออกไม่มาก ก็ควรตรวจ เพราะความผิดปกติบริเวณปากมดลูกอาจทำให้เนื้อเยื่อเปราะและเลือดออกง่าย อย่าปลอบตัวเองว่าเป็นแค่ครั้งละนิด ถ้ามันเกิดซ้ำก็ไม่ควรปล่อย


2. เลือดออกกะปริดกะปรอยนอกช่วงประจำเดือน
ถ้ามีเลือดออกทั้งที่ยังไม่ถึงรอบเดือน ประจำเดือนหมดแล้วกลับมามีเลือด หรือมีเลือดออกผิดจากรูปแบบเดิม ควรหาสาเหตุครับ ฮอร์โมน ยาคุม เนื้องอกมดลูก และโรคอื่นก็ทำให้เลือดออกได้ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันที แต่การเดาเองจากสีหรือปริมาณเลือดแยกไม่ได้ ต้องตรวจภายในและประเมินให้ชัด


3. ตกขาวเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน
ตกขาวปกติเปลี่ยนตามรอบเดือนได้ครับ แต่ถ้ามีมากขึ้นต่อเนื่อง เป็นน้ำผิดปกติ มีกลิ่นแรง มีเลือดปน หรือมีสีน้ำตาลทั้งที่ไม่ได้อยู่ช่วงประจำเดือน ควรไปตรวจ โดยเฉพาะเมื่อรักษาเชื้อราอักเสบแล้วไม่ดีขึ้น เพราะตกขาวผิดปกติจากมะเร็งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นการติดเชื้อธรรมดาได้

4. ปวดท้องน้อยหรือเจ็บลึกขณะมีเพศสัมพันธ์
อาการนี้มีได้จากหลายสาเหตุ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซีสต์ การติดเชื้อ หรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน แต่ถ้าปวดลึกซ้ำ ๆ ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีเลือดออกและตกขาวผิดปกติร่วมด้วย ไม่ควรกินยาแก้ปวดแล้วทนต่อครับ เพราะต้องตรวจว่าอาการมาจากปากมดลูก มดลูก หรืออวัยวะอื่นในอุ้งเชิงกรานกันแน่


5. ประจำเดือนเปลี่ยนไปมากและผิดจากเดิม
ประจำเดือนมามากขึ้น นานขึ้น หรือถี่ขึ้นไม่ได้ชี้เฉพาะมะเร็งปากมดลูกครับ แต่ถ้าเปลี่ยนชัดโดยไม่มีคำอธิบาย โดยเฉพาะร่วมกับเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวผิดปกติ หรืออ่อนเพลียซีด ก็ควรตรวจ ไม่ใช่คิดว่าอายุเพิ่มแล้วประจำเดือนจะรวนเป็นเรื่องธรรมดาทุกคน


6. ปวดหลัง ปวดเชิงกราน ขาบวม หรือปัสสาวะผิดปกติ
อาการกลุ่มนี้มักไม่ใช่สัญญาณระยะแรก และมีสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อยกว่า แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องร่วมกับเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติ ต้องรีบประเมินครับ เพราะเมื่อโรคลุกลาม อาจกระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง ทางเดินปัสสาวะ หรือระบบน้ำเหลืองได้ ผมไม่อยากให้รอจนถึงขั้นนี้แล้วค่อยตรวจ


7. ไม่มีอาการ ก็ยังต้องคัดกรอง
ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะเซลล์ก่อนมะเร็งมักไม่ทำให้เจ็บ ไม่ทำให้ตกขาว และไม่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติ การตรวจ HPV ช่วยหาเชื้อความเสี่ยงสูง ส่วน Pap smear ช่วยดูเซลล์ปากมดลูกที่เริ่มเปลี่ยนแปลง จึงเป็นการตรวจหาปัญหาก่อนที่เราจะรู้สึกผิดปกติ ไม่ใช่การตรวจเฉพาะคนที่มีอาการ


ใครยิ่งไม่ควรเลื่อนการตรวจ?

  • ไม่เคยตรวจคัดกรอง หรือจำไม่ได้ว่าตรวจครั้งล่าสุดเมื่อไร
  • เคยมีผล HPV หรือ Pap smear ผิดปกติ แต่ขาดการติดตาม
  • มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือติดเชื้อ HIV
  • สูบบุหรี่ เพราะทำให้ร่างกายกำจัดเชื้อ HPV ได้แย่ลง
  • มีคู่นอนหลายคน หรือคู่นอนมีความเสี่ยงต่อ HPV
  • มีเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติ แม้ยังอายุน้อย
  • ฉีดวัคซีน HPV แล้วก็ยังควรตรวจตามเกณฑ์ เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อก่อมะเร็งทุกสายพันธุ์


อย่าสับสนระหว่าง “ตรวจคัดกรอง” กับ “ตรวจเพราะมีอาการ”

การตรวจคัดกรองทำในคนที่ยังไม่มีอาการ และช่วงอายุหรือความถี่อาจต่างกันตามแนวทางของแต่ละประเทศ ชนิดการตรวจ และประวัติสุขภาพครับ แต่ถ้ามีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังหมดประจำเดือน หรือตกขาวผิดปกติ ไม่ต้องรอให้ถึงรอบคัดกรอง ให้ไปตรวจอาการได้เลย เพราะผลตรวจเดิมที่ปกติไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีปัญหาใหม่เกิดขึ้น


มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เรามีโอกาสป้องกันและตรวจเจอก่อนเป็นมะเร็งได้ แต่ต้องไม่รออาการอย่างเดียว อยากชวนผู้หญิงทุกคนลองถามตัวเองวันนี้ว่า เคยฉีดวัคซีน HPV หรือยัง ตรวจ HPV หรือ Pap smear ครั้งล่าสุดเมื่อไร และมีเลือดออกหรือตกขาวอะไรที่เรากำลังพยายามมองข้ามอยู่หรือเปล่า การไปตรวจไม่ได้แปลว่าเราคิดมาก แต่มันคือการไม่ยอมปล่อยความเสี่ยงให้โตเงียบ ๆ 

 

ขอบคุณ FB : หมอเจด