หมอเปิดชัด ๆ 6 อาการ สัญญาณเตือนเสี่ยงมะเร็ง ที่มักมาตอนกลางคืน

ไม่ควรมองข้าม! "หมอเจด" เปิดชัด ๆ 6 อาการ สัญญาณเตือนเสี่ยงมะเร็ง ความผิดปกติของร่างกายที่มักมาตอนกลางคืน เช็กอาการด่วน

วันที่ 17 ส.ค. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เกี่ยวกับ เรื่องกลางคืนร่างกายเตือนมะเร็งยังไง? เช็กอาการก่อนพลาดสัญญาณสำคัญ! โดยระบุว่า มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอยากเตือนมาก กลางคืนเป็นช่วงที่หลายคนคิดว่า "ถ้าร่างกายมีอะไรผิดปกติ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยดู" เหงื่อออกตอนนอน ไอจนตื่น ปวดจนต้องลุก หรือช่วงนี้น้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ หลายอาการดูเหมือนเรื่องเล็ก เพราะกลางคืนมันมีข้ออ้างให้เราหาเหตุผลได้ง่ายมาก คงร้อน คงนอนผิดท่า คงกรดไหลย้อน ช่วงนี้งานเยอะเลยผอมลง

 

หมอเปิดชัด ๆ 6 อาการ สัญญาณเตือนเสี่ยงมะเร็ง ที่มักมาตอนกลางคืน

แต่ในมุมของผม สิ่งที่ต้องสนใจไม่ใช่ว่า อาการเกิดตอนกลางคืนแล้วแปลว่าเป็นมะเร็ง นะครับ เพราะไม่จริงเลย


สิ่งที่ต้องสนใจคือ อาการที่ไม่เคยเป็น เกิดซ้ำ นานขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมาพร้อมสัญญาณผิดปกติอย่างอื่น มะเร็งหลายชนิดในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย และอาการที่ผมกำลังจะพูดถึงก็เกิดจากโรคอื่นได้มากกว่ามะเร็งด้วย แต่ถ้าร่างกายส่งสัญญาณเดิมมาหลายคืนติดกัน ผมไม่อยากให้เราเอาคำว่า "คงไม่มีอะไร" ไปปิดเรื่องทุกครั้งครับ อาการเตือนทั่วไปของมะเร็งสามารถมีได้ตั้งแต่เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลดผิดปกติ ไข้ อ่อนเพลีย เลือดออกผิดปกติ ไปจนถึงอาการเฉพาะอวัยวะ ผมสรุปสิ่งที่ควรสังเกตไว้แบบนี้


1. เหงื่อออกตอนกลางคืนจนเสื้อหรือที่นอนเปียก ทั้งที่ห้องไม่ได้ร้อน

เหงื่อออกตอนนอนธรรมดาเกิดได้ อากาศร้อน ห่มผ้าหนา กินของเผ็ด ดื่มแอลกอฮอล์ วัยทอง หรือติดเชื้อบางอย่าง ทั้งหมดทำให้เหงื่อออกกลางคืนได้

แต่ถ้าเป็นแบบ ตื่นมาเสื้อเปียก หมอนหรือผ้าปูเปียก ต้องเปลี่ยนเสื้อกลางดึก และเกิดซ้ำหลายคืนโดยหาสาเหตุไม่ได้ อันนี้ผมอยากให้หาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมกับมีไข้เป็น ๆ หาย ๆ น้ำหนักลด หรือคลำได้ก้อนบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ เพราะอาการที่เรียกว่า drenching night sweats หรือเหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ พบได้ในมะเร็งระบบเลือดบางชนิด เช่น lymphoma หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

แต่ผมย้ำอีกที เหงื่อออกกลางคืน ≠ มะเร็ง สิ่งที่น่าสนใจคือเหงื่อออกมากผิดปกติ + เป็นต่อเนื่อง + มีอาการอื่นร่วมด้วย ตรงนี้ต่างกันมาก

2. น้ำหนักลดทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ แล้วกลางคืนยิ่งรู้สึกเพลียผิดปกติ

บางคนดีใจ "ไม่ได้ลดอาหารเลย แต่น้ำหนักลงตั้ง 5 กิโล" ถ้าตั้งใจลดอยู่ก็เป็นอีกเรื่อง

แต่ถ้ากินเท่าเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม แล้วน้ำหนักค่อย ๆ หายไปเอง ผมไม่อยากให้ดีใจอย่างเดียว เพราะน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นหนึ่งในอาการที่ต้องหาต้นเหตุ โดยเฉพาะถ้ามาพร้อม กินได้น้อยลง อ่อนเพลีย ไข้ เหงื่อออกกลางคืน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย

มะเร็งบางชนิดสามารถทำให้น้ำหนักลดได้จากหลายเหตุ ทั้งการใช้พลังงานของร่างกายที่เปลี่ยนไป การอักเสบ และความอยากอาหารที่ลดลง ถ้าจะให้เห็นภาพชัดขึ้น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดใช้เกณฑ์น้ำหนักลด มากกว่า 10% ภายใน 6 เดือนโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นหนึ่งในอาการสำคัญที่เรียกว่า B symptoms ด้วย
แต่ไม่ต้องรอให้ถึง 10% แล้วค่อยตรวจนะ ถ้าน้ำหนักลดต่อเนื่องจนตัวเองเริ่มสงสัย ผมว่าคำว่า "ทำไมมันลด?" สำคัญกว่าคำว่า "ลดไปกี่กิโลแล้ว?"


3. ไอเรื้อรังหรือไอจนตื่นกลางคืน โดยเฉพาะถ้ามีเลือดปน

อาการไอตอนกลางคืนเจอได้บ่อยมาก กรดไหลย้อนก็ไอได้ ภูมิแพ้ก็ไอได้ หอบหืดก็ไอได้ ติดเชื้อทางเดินหายใจก็ไอได้ ดังนั้นไอตอนกลางคืนไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งปอด

แต่ถ้าไอแบบเดิม ไม่ยอมหายสักที จากหนึ่งสัปดาห์ เป็นสองสัปดาห์ แล้วลากต่อไปเรื่อย ๆ หรือเสียงไอเปลี่ยนจากเดิม หอบง่ายขึ้น เจ็บหน้าอก น้ำหนักลด และโดยเฉพาะถ้า ไอเป็นเลือด อันนี้ไม่ควรปล่อย เพราะอาการไอที่ต่อเนื่องหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม เป็นหนึ่งในอาการที่ใช้เป็นสัญญาณให้ตรวจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในคนที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่มานาน กลางคืนบางครั้งช่วยให้เราเห็นอาการชัด กลางวันยุ่งจนไม่ทันสังเกต

แต่พอนอนเงียบ ๆ กลับพบว่า "ทำไมคืนนี้ไอจนตื่นอีกแล้ว?" ถ้าเกิดซ้ำ นั่นคือข้อมูลครับ ไม่ควรโยนทิ้ง


4. ปวดตอนกลางคืนบ่อยขึ้น จนตื่นจากการนอน

อันนี้ต้องแยกดี ๆ ปวดหลังหลังยกของ ปวดข้อจากใช้งาน ปวดกล้ามหลังออกกำลังกาย พวกนี้เจอได้ทั่วไป

แต่ถ้าเป็นอาการปวดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนักขึ้นเรื่อย ๆ พักแล้วก็ยังไม่ดี หรือปวดจนปลุกเราตื่นกลางคืนซ้ำ ๆ

ผมจะอยากหาสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่า "ปวดกลางคืน = มะเร็งกระดูก" แบบนั้นแรงเกินจริง แต่ความปวดที่ผิดไปจากรูปแบบเดิมของเรา โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมน้ำหนักลด ก้อนผิดปกติ อ่อนแรง หรือมีประวัติมะเร็งเดิม เป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะมะเร็งสามารถทำให้เกิดความปวดได้หลายตำแหน่ง ขึ้นกับอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

ผมชอบถามง่าย ๆ ว่า "ปวดแบบเดิมที่เราเคยเป็น หรือปวดแบบใหม่ที่ร่างกายไม่เคยส่งมาก่อน?" คำตอบตรงนี้มีประโยชน์มาก


5 ตื่นกลางคืนเพราะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยผิดจากเดิม

การลุกมาปัสสาวะกลางคืนเกิดจากหลายเรื่อง ดื่มน้ำก่อนนอนเยอะ กินยาขับปัสสาวะ เบาหวาน ต่อมลูกหมากโต ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดังนั้นไม่ได้หมายถึงมะเร็ง

แต่ถ้าพฤติกรรมปัสสาวะเปลี่ยนชัดเจน เช่น ต้องลุกบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ปัสสาวะลำบาก มีเลือดในปัสสาวะ ปวดเวลาปัสสาวะ หรือรู้สึกปวดอยากปัสสาวะผิดปกติ แบบนี้ต้องหาสาเหตุ เพราะความผิดปกติของการปัสสาวะและเลือดในปัสสาวะเป็นหนึ่งในอาการที่ต้องตรวจต่อ ไม่ว่าจะมาจากการติดเชื้อ นิ่ว ต่อมลูกหมาก หรือโรคอื่นรวมถึงมะเร็ง บางชนิดก็ตาม โดยเฉพาะคำว่า "เลือด" ผมไม่อยากให้รอดูเอง


6. มีเลือดออกผิดปกติที่เห็นชัดตอนเข้าห้องน้ำกลางคืน
บางคนไม่ได้เห็นอาการจนกระทั่งตอนกลางคืน เข้าห้องน้ำแล้วเห็น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ ปัสสาวะมีเลือด ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนแล้วกลับมีเลือดออกอีก ตรงนี้ไม่ควรสรุปเองว่าริดสีดวง กระเพาะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือฮอร์โมน เพราะเลือดออกผิดปกติมีสาเหตุได้หลายอย่าง และบางสาเหตุต้องตรวจเร็ว 

อาการเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกทางทวารหนัก เลือดในปัสสาวะ หรืออาเจียนเป็นเลือด ถูกจัดเป็นหนึ่งในสัญญาณทั่วไปที่ควรได้รับการประเมิน โดยเฉพาะถ้าเกิดซ้ำ ปริมาณเพิ่ม มีซีด อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรือมีประวัติครอบครัวมะเร็ง แบบนี้อย่ารอให้เลือดเยอะก่อน


จุดสำคัญคือ อย่าเอา "เวลาเกิดอาการ" ไปวินิจฉัยมะเร็ง ผมอยากขีดเส้นตรงนี้ไว้เลย มะเร็งไม่ได้มีนาฬิกาว่า "กลางวันไม่เตือน กลางคืนค่อยออกอาการ" ไม่ใช่แบบนั้น  เหตุผลที่อาการบางอย่างชัดตอนกลางคืน อาจเป็นเพราะตอนกลางคืนเรานิ่งขึ้น ไม่มีงานมาดึงความสนใจ หรือท่านอนเองทำให้อาการบางชนิดชัดขึ้น

 

สิ่งที่ผมสนใจจริง ๆ คือ

  • เป็นอาการใหม่ไหม?
  • เกิดซ้ำไหม?
  • นานขึ้นไหม?
  • แรงขึ้นไหม?
  • มีอาการอื่นพ่วงมาด้วยไหม?

เพราะอาการของมะเร็งจำนวนมากไม่จำเพาะ และมักมีสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อยกว่ามะเร็งครับ แต่ถ้าอาการไม่หายหรือกำลังแย่ลง ก็ควรตรวจแทนการเดาเอง


ถ้ากลางคืนเจออาการเหล่านี้บ่อย ผมอยากให้ทำแบบนี้

  • จดว่าเริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะคำว่า “เป็นมานานแล้ว” เวลาไปตรวจบางทีเรานึกไม่ออกว่าหนึ่งเดือนหรือหกเดือน
  • ถ้ามีเหงื่อออกกลางคืน ให้สังเกตว่าแค่ร้อน หรือถึงขั้น เสื้อและที่นอนเปียก
  • ชั่งน้ำหนักเป็นระยะ ถ้าน้ำหนักลดทั้งที่ไม่ได้พยายาม อย่าปล่อยผ่าน
  • ถ้ามีก้อนบริเวณคอ รักแร้ เต้านม ขาหนีบ หรือที่อื่นแล้ว ไม่ยุบหรือโตขึ้น ควรตรวจ
  • ไอเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน หอบ หรือไอเป็นเลือด ควรหาสาเหตุ
  • เลือดในอุจจาระ ปัสสาวะ หรือเลือดออกหลังหมดประจำเดือน ไม่ควรรอดูเอง
  • ถ้าปวดตำแหน่งเดิมทุกคืนและหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็ควรประเมิน


และสิ่งหนึ่งที่ผมอยากเตือนมากคือ อย่ารอให้มีหลายอาการพร้อมกันก่อน มะเร็งบางคนมีอาการเดียว บางคนแทบไม่มีอาการเลย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการคัดกรองตามอายุและความเสี่ยงยังสำคัญ อย่ารอให้ร่างกายต้องตะโกน ถ้ามีโอกาสตรวจตั้งแต่ตอนที่มันยังพูดเบา ๆ กลางคืนไม่ได้เป็นช่วงเวลาพิเศษที่มะเร็งจะออกมาแสดงตัว  แต่เป็นเวลาที่เรามักสังเกตร่างกายตัวเองได้ชัดขึ้น เหงื่อออกจนเปียกทั้งที่ไม่ได้ร้อน น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ไอเรื้อรังจนตื่น ปวดผิดปกติจนรบกวนการนอน การขับถ่ายหรือปัสสาวะเปลี่ยนไป หรือมีเลือดออกผิดปกติ อาการเดียวไม่ได้ฟันธงว่าเป็นมะเร็ง และหลายครั้งก็เกิดจากโรคอื่นที่รักษาได้ง่ายกว่ามาก


แต่สิ่งที่ผมไม่อยากให้ทำคือ เห็นอาการใหม่ทุกคืน แล้วปลอบตัวเองว่า "เดี๋ยวก็หาย" ไปเรื่อย ๆ ถ้ามันเกิดซ้ำ ไม่ดีขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีน้ำหนักลด ไข้ ก้อนผิดปกติ เลือดออก หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย ไปหาสาเหตุเพราะในเรื่องมะเร็ง การรู้เร็วไม่ได้มีไว้ทำให้เรากลัวเร็วขึ้น แต่มันมีไว้ให้เรา มีทางเลือกในการดูแลมากขึ้น