- 20 ก.ย. 2569
เอ้า เผลอกินทุกเช้า! "หมอเจด" เตือนเอง 6 เครื่องดื่ม เช้า ๆ ท้องว่าง ควรเลี่ยงก่อนมื้อแรก อาจทำให้กรด ระดับน้ำตาล หรืออาการใจสั่นของบางคนแย่ขึ้นได้
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย เช้า ๆ ท้องว่าง อย่ารีบดื่มทุกอย่าง! เครื่องดื่มไหนควรเลี่ยงก่อนมื้อแรก? โดยระบุว่า เช้านี้ตื่นมา ดื่มน้ำกันหรือยัง? ถ้ายังไม่ได้ดื่มน้ำ ตั้งแก้วไว้ข้างตัวแล้วจิบก่อนเลย หลังเรานอนมาหลายชั่วโมง ร่างกายไม่ได้รับน้ำเพิ่ม ทั้งยังมีการสูญเสียน้ำทางลมหายใจ เหงื่อ และปัสสาวะอยู่ตลอด เช้าวันใหม่จึงเป็นช่วงที่ควรเริ่มด้วยน้ำธรรมดาก่อนเป็นอันดับแรก
แต่ประเด็นของวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ "ต้องดื่มน้ำกี่แก้ว" อย่างเดียว มันอยู่ที่ว่า ตอนท้องยังว่าง เครื่องดื่มบางอย่างถ้ารีบดื่มเข้าไปเลย อาจทำให้กรด ระดับน้ำตาล หรืออาการใจสั่นของบางคนแย่ขึ้นได้ ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างห้ามดื่มตอนเช้า แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองมีกรดไหลย้อน กระเพาะไว น้ำตาลสูง หรือหัวใจเต้นง่าย ลองเช็กพฤติกรรมนี้ดู
1. กาแฟเข้มตอนท้องว่าง ถ้ากระเพาะไวหรือกรดไหลย้อนง่าย อาจไม่ใช่คู่หูที่ดีนัก
หลายคนลืมตาแล้วต้องกาแฟก่อน ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่เอสเปรสโซหรืออเมริกาโน่มาก่อนแล้ว ถ้าดื่มแล้วไม่มีอาการ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเลิก แต่ในคนที่กระเพาะไว กรดไหลย้อนง่าย หรือมีอาการแสบลิ้นปี่อยู่แล้ว คาเฟอีนและกาแฟอาจกระตุ้นอาการได้ โดยเฉพาะถ้าดื่มเข้มและดื่มเร็วตอนท้องว่าง
อาการที่เจอคือ แสบยอดอก จุกลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว ใจสั่น หรือมือสั่นตามมา ถ้ารู้ตัวว่าดื่มแล้วเป็นประจำ ลองเปลี่ยนลำดับ
- ดื่มน้ำก่อน
- หาอะไรรองท้องเล็กน้อย
- แล้วค่อยดื่มกาแฟ
- หรือเลือกกาแฟที่อ่อนลงและไม่หวาน
กาแฟไม่ผิด แต่เวลาที่ดื่มและร่างกายของเราแต่ละคนต่างกัน
2. ชาไทย ชานม กาแฟหวานตอนท้องว่าง น้ำตาลพุ่งได้เร็วโดยที่ยังไม่ทันกินข้าว
อันนี้เจอบ่อยมาก บางคนบอกว่า "เช้าไม่ได้กินข้าวนะหมอ" แต่ในมือมีชาไทยแก้วใหญ่ ร่างกายไม่ได้แยกครับว่า "อันนี้ไม่ใช่มื้ออาหาร" ถ้าเครื่องดื่มมีน้ำตาล นมข้น ไซรัป หรือครีมเทียมเยอะ น้ำตาลก็เข้าสู่เลือดได้เร็ว เพราะมันเป็นของเหลว ดูดซึมง่าย และไม่ได้มีไฟเบอร์หรือโปรตีนมาชะลอมากนัก
ผลคือเช้ายังไม่ทันกินมื้อแรก น้ำตาลก็อาจขึ้นไปแล้ว ถ้ามีภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวาน น้ำตาลสะสมเริ่มสูง หรือกำลังคุมน้ำหนัก ผมอยากให้ลดตรงนี้ก่อนเลย จากหวานปกติ → หวานน้อย → 25% → ไม่หวาน บางคนไม่ต้องเปลี่ยนอาหารทั้งวันเลย แค่ตัดน้ำหวานตอนเช้าออก ก็ลดน้ำตาลที่รับเข้าไปได้เยอะมากแล้ว
3. น้ำผลไม้คั้นสด ฟังดูสุขภาพดี แต่ท้องว่างแล้วดื่มแก้วใหญ่ น้ำตาลก็ขึ้นได้เหมือนกัน
ตรงนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะ ส้มหนึ่งลูก ฝรั่งหนึ่งผล แอปเปิลหนึ่งลูก ตอนกินทั้งผล เราได้ไฟเบอร์ ได้เคี้ยว และใช้เวลากินมากกว่า แต่พอคั้นเป็นน้ำ ผลไม้หลายลูกถูกรวมอยู่ในแก้วเดียว แล้วไฟเบอร์หายไปส่วนหนึ่ง สิ่งที่เหลือคือของเหลวที่ดื่มหมดได้เร็วมาก
ถ้าดื่มตอนท้องว่าง ปริมาณน้ำตาลก็เข้าระบบได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะคนที่น้ำตาลสูงอยู่แล้ว ผมจะเชียร์ กินผลไม้เป็นชิ้น มากกว่าดื่มเป็นน้ำ และไม่ต้องหลงคำว่า "ไม่เติมน้ำตาล" เสมอไป ไม่เติมก็จริง แต่ตัวผลไม้เองยังมีน้ำตาลอยู่
4. น้ำมะนาวเปรี้ยวจัดหรือน้ำส้มสายชู ถ้ากระเพาะอักเสบหรือกรดไหลย้อนอยู่ อาจยิ่งแสบ
ช่วงหนึ่งคนชอบดื่มของเปรี้ยวตอนเช้าเพราะหวังเรื่องดีท็อกซ์ เผาผลาญ หรือลดน้ำตาล แต่ถ้ากระเพาะหรือหลอดอาหารไวอยู่แล้ว เครื่องดื่มที่เป็นกรดอาจทำให้อาการแสบหรือระคายมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มี กรดไหลย้อน แสบลิ้นปี่ กระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ หรือเคลือบฟันบาง ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มเพราะคิดว่า "สุขภาพดี"
ถ้าจะดื่มน้ำมะนาว จาง ๆ และไม่หวานก็ได้ในคนที่ไม่ระคาย แต่ไม่ต้องเข้ม ไม่ต้องช็อต และไม่ต้องคิดว่าตื่นมาแล้วต้องดื่มก่อนน้ำธรรมดา น้ำเปล่ายังทำหน้าที่พื้นฐานได้ดีที่สุด
5. เครื่องดื่มชูกำลังตอนท้องว่าง ได้ทั้งน้ำตาลและคาเฟอีนพร้อมกัน
ถ้าตื่นมาเหนื่อยมาก บางคนเลือกเครื่องดื่มชูกำลังเลย คิดว่า "เอาให้ตื่นก่อน" แต่หลายชนิดมีทั้งคาเฟอีนและน้ำตาลค่อนข้างสูง ผลที่ตามมาอาจเป็นใจสั่น มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว และน้ำตาลขึ้นได้ โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อคาเฟอีนหรือมีโรคหัวใจ ความดัน หรือเบาหวานอยู่แล้ว
ถ้าต้องพึ่งเครื่องดื่มชูกำลังทุกเช้า ผมอยากให้ถามเรื่องอื่นด้วย นอนพอไหม มีภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจตอนหลับหรือเปล่า เลือดจางไหม ไทรอยด์เป็นอย่างไร หรือน้ำตาลแกว่งทั้งคืนจนตื่นมาเพลียหรือไม่ เพราะการ "ปลุกด้วยคาเฟอีน" ทุกวันอาจกำลังกลบสาเหตุที่ทำให้เหนื่อยจริง ๆ
6.น้ำอัดลมหรือโซดาหวานตอนเช้า ถ้ามีกรดไหลย้อนอยู่ ยิ่งง่ายต่อการแน่นและเรอ
หลายคนไม่ได้ดื่มกาแฟครับ แต่เริ่มวันด้วยน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มซ่าแทน ตรงนี้มีทั้งความหวานและแก๊ส น้ำตาลก็ทำให้พลังงานและน้ำตาลในเลือดขึ้น ส่วนความซ่าทำให้ท้องอืด เรอ และเพิ่มอาการแน่นในคนที่มีกรดไหลย้อนง่าย ถ้ารู้ตัวว่าตอนเช้าชอบจุก แน่น หรือเรอเยอะ ลองดูแก้วแรกของวันด้วย บางทีต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่อาหารเช้า แต่อยู่ใน"เครื่องดื่มก่อนอาหาร" นี่แหละ
แล้วตอนตื่นควรดื่มอะไรดีที่สุด?
ง่ายที่สุด น้ำเปล่า ไม่ต้องใส่มะนาว ไม่ต้องใส่น้ำผึ้ง ไม่ต้องใส่เกลือ ไม่ต้องทำสูตรดีท็อกซ์ ดื่มตามความกระหายและให้พอเหมาะกับร่างกาย หลังจากนั้นค่อยกินมื้อเช้าหรือมื้อแรกตามเวลาของตัวเอง
ถ้าชอบกาแฟหรือชา ก็ดื่มได้ครับ แต่เลือกไม่หวานหรือหวานน้อย และดูว่าตัวเองมีอาการกระเพาะหรือใจสั่นหรือไม่ คนที่มีโรคหัวใจ ไตเสื่อมระยะมาก หรือแพทย์จำกัดน้ำ ให้ยึดปริมาณน้ำตามคำแนะนำเฉพาะของตัวเองนะครับ
เช้านี้ลองเช็กแก้วแรกของตัวเอง ตื่นมาแล้วหยิบอะไรเป็นอย่างแรก? น้ำเปล่า กาแฟหวาน ชาไทย น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือน้ำเปรี้ยวสูตรที่เห็นในอินเทอร์เน็ต
ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนเลิกทุกอย่าง แค่อยากให้เราแยกให้ออกว่า อะไรคือของที่ดื่มเพราะร่างกายต้องการ และอะไรคือของที่ดื่มเพราะติดเป็นนิสัย สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน เช้าท้องว่าง ร่างกายไม่ได้ต้องการเครื่องดื่มวิเศษ มันต้องการสิ่งพื้นฐานก่อน น้ำ เวลา และมื้อแรกที่เหมาะกับเรา
ถ้ามีกระเพาะไวหรือกรดไหลย้อน ระวังกาแฟเข้มและของเปรี้ยวจัด ถ้าน้ำตาลสูง ระวังชาไทย กาแฟหวาน น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มชูกำลัง ถ้าใจสั่นง่าย ก็อย่าซัดคาเฟอีนหนักตั้งแต่ตายังไม่หายง่วง เช้านี้ใครยังไม่ได้ดื่มน้ำ วางมือถือก่อนสักครู่ แล้วไปเติมน้ำให้ร่างกายก่อน
ขอบคุณ FB : หมอเจด
