เปิด 20 ข้อต้องรู้ หลัง “กาฬโรคหลุดจากแล็บรัสเซีย?” ล่าสุด

“หมอเจด” เคลียร์ชัด 20 เรื่องต้องรู้ หลังข่าวกาฬโรคในรัสเซีย เตือนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ปมข่าวลือเชื้อหลุดจากแล็บยังไม่ยืนยัน

"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

“กาฬโรคหลุดจากแล็บรัสเซีย?”

อย่าเพิ่งตกใจครับ วันนี้ผมสรุป 20 เรื่องที่ต้องรู้

อ่านโพสต์เดียวน่าจะเข้าใจเรื่องกาฬโรคได้เลย

วันนี้หลายคนน่าจะเห็นข่าวจากรัสเซียแล้วตกใจ เพราะมีทั้งคำว่า “กาฬโรค” “ห้องแล็บ” “เสียชีวิต” และ “กักตัวเกือบ 200 คน”

พอเอาคำเหล่านี้มารวมกัน มันฟังดูน่ากลัวมาก

แต่ก่อนที่จะคิดไปถึงขั้นว่า Black Death กำลังจะกลับมา หรือกำลังจะมีโรคระบาดใหญ่ครั้งใหม่เหมือน COVID-19

ผมอยากให้ทุกคนรู้ข้อเท็จจริง 20 ข้อนี้ก่อนครับ

เปิด 20 ข้อต้องรู้ หลัง “กาฬโรคหลุดจากแล็บรัสเซีย?” ล่าสุด

1. ข่าวที่รัสเซียเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่หญิงวัย 28 ปีของสถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคในเขต Irkutsk ประเทศรัสเซีย ป่วยด้วยปอดอักเสบรุนแรงและเสียชีวิต มีการติดตามผู้สัมผัสเกือบ 200 คน แต่ ณ ตอนนี้ทางการรัสเซียยังไม่ได้ยืนยันว่าเธอเสียชีวิตจากกาฬโรค และระบุสาเหตุว่าเป็น “ปอดอักเสบที่ยังไม่ทราบสาเหตุ”

2. แล้วข่าวที่บอกว่า “เชื้อหลุดจากแล็บ” ล่ะ?

มีรายงานและข่าวลือว่าอาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงานในห้องปฏิบัติการ เช่น หลอดทดลองแตกและอาจมีการสัมผัสเชื้อ แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ดังนั้นตอนนี้อย่าเพิ่งแชร์ต่อว่า “กาฬโรคหลุดจากแล็บแล้ว” เพราะคำว่า “สงสัย” กับ “ยืนยันแล้ว” มีความหมายต่างกันมาก

3. กาฬโรคคือโรคอะไร?

กาฬโรค หรือ Plague เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Yersinia pestis ไม่ใช่ไวรัส และไม่ใช่เชื้อโรคชนิดใหม่ มนุษย์รู้จักโรคนี้มาหลายร้อยปีแล้ว ปัจจุบันเรารู้ทั้งตัวเชื้อ วิธีตรวจ วิธีควบคุมการระบาด และที่สำคัญคือ มียาปฏิชีวนะสำหรับรักษา

4. แล้ว Black Death ที่เราเคยเรียนคือโรคเดียวกันไหม?

ใช่ครับ เชื้อชนิดเดียวกันนี้เกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ Black Death ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาล แต่ต้องเข้าใจว่าในยุคนั้นยังไม่รู้จักแบคทีเรีย ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีห้องแล็บสมัยใหม่ และระบบควบคุมโรคแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก

5. แล้วกาฬโรคหายไปจากโลกแล้วหรือยัง?

ยังไม่หายครับ ทุกวันนี้ยังพบกาฬโรคตามธรรมชาติในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและหมัดในหลายพื้นที่ของโลก WHO รายงานว่าช่วงปี 2019–2025 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่รายงานอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและมาดากัสการ์ ดังนั้นการพบกาฬโรคในยุคปัจจุบันไม่ได้แปลว่าโลกกำลังมีโรคใหม่

 

6. เชื้อกาฬโรคอยู่ที่ไหนตามธรรมชาติ?

แหล่งรังโรคสำคัญคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ และมี “หมัด” เป็นตัวกลางสำคัญ หมัดไปกัดสัตว์ที่มีเชื้อ แล้วมากัดคน เชื้อก็สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางการติดกาฬโรคที่พบได้บ่อยที่สุด

7. คนติดกาฬโรคได้อย่างไร?

หลักๆ มี 3 ทางครับ

หนึ่ง ถูกหมัดที่มีเชื้อกัด

สอง สัมผัสสัตว์ เนื้อเยื่อ หรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโดยไม่มีการป้องกัน

และสาม สูดละอองจากผู้ป่วยที่เป็น กาฬโรคชนิดปอด

ดังนั้นไม่ใช่ว่าเดินผ่านคนที่เป็นกาฬโรคทุกชนิดแล้วจะติดทันที

8. กาฬโรคจริงๆ แล้วมีกี่แบบ?

ทางการแพทย์แบ่งรูปแบบสำคัญเป็น 3 แบบ

Bubonic plague เชื้อเข้าต่อมน้ำเหลือง

Septicemic plague เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด

และ Pneumonic plague เชื้อเข้าสู่ปอด

ชนิดที่เรากังวลเรื่องการแพร่จากคนสู่คนมากที่สุดคือชนิดที่ลงปอด หรือ Pneumonic plague

9. Bubonic plague เป็นอย่างไร?

นี่คือรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ผู้ป่วยมักมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และมีต่อมน้ำเหลืองบวมโตและเจ็บมาก ซึ่งเรียกว่า “bubo” มักเกิดหลังถูกหมัดที่มีเชื้อกัด ที่สำคัญคือ Bubonic plague โดยทั่วไปไม่ได้แพร่จากคนสู่คนง่ายๆ

10. Septicemic plague คืออะไร?

คือเชื้อเข้าไปเพิ่มจำนวนในกระแสเลือด ผู้ป่วยอาจมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก ปวดท้อง ช็อก มีเลือดออกใต้ผิวหนัง เนื้อเยื่อบางส่วนขาดเลือดและตายได้ โดยเฉพาะปลายนิ้ว ปลายเท้า หรือจมูก จึงเป็นหนึ่งในที่มาของภาพน่ากลัวที่คนมักเชื่อมโยงกับคำว่า “Black Death”

11. Pneumonic plague ทำไมถึงสำคัญที่สุดในข่าวนี้?

เพราะเป็นกาฬโรคที่ลงปอด ผู้ป่วยอาจมีไข้ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอ และบางรายมีเสมหะปนเลือด ที่สำคัญคือ นี่เป็นชนิดที่สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองจากทางเดินหายใจได้ จึงต้องรีบแยกผู้ป่วยและติดตามผู้สัมผัส

12. แปลว่ากาฬโรคแพร่ทางอากาศเหมือน COVID-19 หรือเปล่า?

ไม่ควรเหมารวมว่าเหมือนกันครับ การแพร่จากคนสู่คนที่สำคัญเกิดใน Pneumonic plague ผ่าน respiratory particles จากผู้ป่วย โดยเฉพาะการสัมผัสใกล้ชิด การควบคุมจึงเน้นการค้นหาผู้สัมผัส แยกผู้ป่วย ใช้อุปกรณ์ป้องกัน และให้ยาป้องกันแก่ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยง

13. ถ้าติดแล้วใช้เวลานานไหมกว่าจะมีอาการ?

โดยทั่วไปกาฬโรคสามารถเริ่มมีอาการภายในประมาณ 1–7 วันหลังได้รับเชื้อ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของโรค ส่วน Pneumonic plague สามารถมีอาการเร็วมาก บางครั้งประมาณหนึ่งวันหลังรับเชื้อ เพราะฉะนั้นในเหตุการณ์สงสัย การติดตามผู้สัมผัสอย่างรวดเร็วจึงมีความสำคัญมาก

14. โรคนี้อันตรายไหม?

อันตรายครับ และไม่ควรพูดว่า เอาอยู่ / กระจอก “ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย” เพราะถ้ากาฬโรค โดยเฉพาะชนิดลงปอดหรือเข้ากระแสเลือด ไม่ได้รับการรักษา สามารถรุนแรงและเสียชีวิตได้รวดเร็ว แต่ข่าวดีคือ ปัจจุบันเรารู้จักโรคนี้ดี และ ถ้าวินิจฉัยและให้ยาปฏิชีวนะเร็ว สามารถรักษาได้

15. แล้วทำไมหมอถึงบอกว่าไม่ต้อง Panic?

เพราะคำว่า “โรครุนแรง” ไม่ได้เท่ากับ “กำลังจะเกิด Pandemic”

การจะเกิดการระบาดใหญ่ต้องดูอีกหลายอย่าง ทั้งจำนวนผู้ป่วย การแพร่จากคนสู่คน จำนวนผู้สัมผัสที่ติดเชื้อต่อ และการควบคุมโรค

ณ ตอนนี้ ข่าวจากรัสเซียยังไม่ได้แสดงว่ากำลังเกิดการแพร่กระจายทั่วโลก

16. ถ้าพบผู้ป่วยจริง เขารับมือกันอย่างไร?

หลักสำคัญคือ หาให้เร็ว แยกให้เร็ว รักษาให้เร็ว และตามผู้สัมผัสให้เร็ว

ผู้ป่วยที่สงสัย Pneumonic plague ต้องได้รับการแยกและรักษา เจ้าหน้าที่ใช้ PPE ที่เหมาะสม ผู้สัมผัสใกล้ชิดต้องถูกติดตาม และในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสามารถพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันหลังสัมผัสได้

17. คนทั่วไปต้องรีบซื้อยาปฏิชีวนะมากินป้องกันไหม?

ไม่ควรครับ

อย่าซื้อ antibiotics มากินเองเพียงเพราะอ่านข่าวกาฬโรค การให้ยาป้องกันใช้ในผู้ที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยงตามการประเมินของแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข การกินยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ไม่ได้ทำให้เราปลอดภัยขึ้น และยังเพิ่มปัญหาผลข้างเคียงและเชื้อดื้อยาได้

18. แล้วคนธรรมดาป้องกันตัวเองอย่างไร?

ถ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ระบาดหรือสัมผัสผู้ป่วย ความเสี่ยงทั่วไปต่ำมาก แต่ในพื้นที่ที่มีกาฬโรคในสัตว์ ควรหลีกเลี่ยงการจับสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ด้วยมือเปล่า ป้องกันหมัดและสัตว์ฟันแทะ และหากต้องดูแลผู้ป่วยสงสัยโรคทางเดินหายใจ ต้องใช้มาตรการป้องกันตามคำแนะนำของสาธารณสุข

19. ถ้าเดินทางไปรัสเซียต้องยกเลิกทริปไหม?

จากข้อมูลเพียงเท่าที่มีตอนนี้ ยังไม่ควรตีความว่ารัสเซียทั้งประเทศกำลังมีการระบาดของกาฬโรค ความเสี่ยงต้องประเมินจากพื้นที่เฉพาะ สถานการณ์การระบาดจริง และประกาศของหน่วยงานสาธารณสุข ดังนั้นอย่าเพิ่งยกเลิกการเดินทางเพราะพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการ

20. สุดท้าย เราควรกลัวกาฬโรคแค่ไหน?

หมออยากให้จำประโยคนี้ครับ

“กาฬโรคเป็นโรครุนแรงจริง แต่กาฬโรคในปี 2026 ไม่ใช่ Black Death ในศตวรรษที่ 14”

วันนี้เรารู้ว่าเชื้อคืออะไร รู้ว่าติดต่ออย่างไร ตรวจหาเชื้อได้ มียาปฏิชีวนะรักษา มีระบบแยกผู้ป่วย ติดตามผู้สัมผัส และควบคุมการระบาด

ส่วนเหตุการณ์ที่รัสเซียตอนนี้ ควรติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่มีเหตุผลให้คนไทยใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว

และที่สำคัญ อย่าเพิ่งแชร์คำว่า

“เชื้อหลุดแล้ว”

“ระบาดแล้ว”

“Black Death กลับมาแล้ว”

จนกว่าจะมีหลักฐานยืนยัน

เพราะในสถานการณ์แบบนี้

สิ่งที่แพร่ได้เร็วกว่าตัวเชื้อ อาจเป็นความกลัวและข้อมูลที่ยังไม่ถูกยืนยันครับ

หมอเจด...เจตนาดี