"หมอเจด" ยกเคสเปิด 5 อาการเตือน ก่อน "สโตรก" ที่หลายคนไม่รู้ตัว

"หมอเจด" ยกเคสเปิด 5 อาการเตือน ก่อน "สโตรก" ที่หลายคนไม่รู้ตัว รู้ทันอาการเหล่านี้ รีบขอความช่วยเหลือได้เร็ว โอกาสรักษาและลดความรุนแรงของโรคจะดีขึ้น

วันที่ 9 มี.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา  โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก "หมอเจด" เผย 5 อาการเตือน ก่อน "สโตรก" ที่หลายคนไม่รู้ตัว โดยระบุว่า มีข่าวหนึ่งที่หลายคนอาจได้เห็นไปแล้ว ชายอายุประมาณ 42 ปี มีอาการผิดปกติ พยายามยกมือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่คนรอบข้างเข้าใจว่าเขาอาจเมาธรรมดา ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าเกิดเส้นเลือดในสมองแตก เหตุการณ์แบบนี้ทำให้เห็นว่า บางครั้งอาการของโรคสโตรกอาจดูคล้ายอาการทั่วไป จนคนรอบข้างหรือแม้แต่ตัวเราเองอาจไม่ทันสังเกต

 

หมอเจด ยกเคสเปิด 5 อาการเตือน ก่อน สโตรก ที่หลายคนไม่รู้ตัว

ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนจะเกิดสโตรก ร่างกายเรามักมีสัญญาณเตือนบางอย่างครับ ที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ถ้าเรารู้ทันอาการเหล่านี้และรีบขอความช่วยเหลือได้เร็ว โอกาสรักษาและลดความรุนแรงของโรคก็จะดีขึ้น วันนี้ผมเลยสรุป 5 อาการเตือนก่อนสโตรกที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว


B (Balance) — เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้

  • ถ้าอยู่ดี ๆ เวียนหัวมาก เดินเซ ทรงตัวลำบาก หรือรู้สึกเหมือนโลกหมุน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัวได้รับเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในสโตรกครับ


E (Eyes) — ตามัว เห็นภาพซ้อน หรือมองไม่ชัดทันที

  • อาการมองเห็นผิดปกติ เช่น ตามัวทันที เห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นบางส่วนของภาพ อาจเกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมการมองเห็นได้รับเลือดไม่เพียงพอ หลายคนคิดว่าแค่ตาล้า แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของสโตรกได้


F (Face) — หน้าเบี้ยว มุมปากตก

  • ถ้าลองยิ้มแล้วหน้าสองข้างไม่เท่ากัน หรือมุมปากตกลงด้านหนึ่ง นี่อาจเป็นสัญญาณว่ากล้ามเนื้อใบหน้าควบคุมได้ไม่ดีจากการที่สมองได้รับเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยสโตรก


A (Arm) — แขนหรือขาอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น

  • ถ้าอยู่ดี ๆ แขนหรือขาข้างหนึ่งอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น หรือจับของไม่ค่อยถนัด อาการแบบนี้อาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ และเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของภาวะสโตรก

S (Speech) — พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง พูดติดขัด

  • อีกอาการที่พบได้บ่อยคือพูดไม่ชัด เหมือนลิ้นแข็ง พูดติดขัด หรือบางครั้งนึกคำไม่ออก ทั้งที่ก่อนหน้านี้พูดได้ปกติ เพราะสมองส่วนที่ควบคุมการพูดเริ่มทำงานผิดปกติ 


T (Time) คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

  • แนะนำให้ "โทร 1669" หรือไปโรงพยาบาลทันทีแค่ 1 ใน 5 ก็ต้องไปครับ เพราะสโตรกเป็นภาวะที่ "เวลา" สำคัญมาก ยิ่งรักษาเร็ว โอกาสลดความเสียหายของสมองและลดความพิการก็จะยิ่งมากขึ้น


แล้วเราจะแยกยังไง ระหว่างสโตรกกับอาการมึนเมาทั่วไป?

บางครั้งอาการสโตรกอาจดูคล้ายคนเมา เช่น เดินเซ พูดไม่ชัด หรือมึนงง แต่มีจุดสังเกตที่ต่างกันอยู่
สโตรกมักเกิดแบบเฉียบพลัน อยู่ดี ๆ ก็มีอาการทันที

  • มักมีอาการ "ครึ่งซีกของร่างกาย" เช่น หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรงข้างเดียว
  • พูดไม่ชัดแบบควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่แค่พูดช้าหรือพูดงง
  • ยิ้มแล้วหน้าไม่เท่ากัน หรือยกแขนแล้วตกข้างหนึ่ง
  • บางคนอาจ พยายามขอความช่วยเหลือแต่พูดไม่ได้ชัด


ทดสอบอาการสโตรกด้วย 3 ขั้นตอน (The 3-Step Test)

ลองเพิ่มประโยคสั้นๆ เพื่อให้คนรอบข้างทดสอบได้ง่ายขึ้นด้วย 3 ขั้นตอนนี้

  • ยิ้ม : ปากเบี้ยวไหม?
  • ยก : ยกแขนสองข้างค้างไว้ มีข้างไหนตกไหม?
  • พูด : พูดตามประโยคง่ายๆ (เช่น "ไปกินข้าวกัน") ลิ้นพันกันไหม?


ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น แม้เกิดเพียงชั่วคราวแล้วหายไป ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นภาวะที่เรียกว่า "สโตรกชั่วคราว" ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่ามีโอกาสเกิดสโตรกจริงในอนาคตได้ การรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดโอกาสเกิดสโตรกและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
 

ขอบคุณ FB : หมอเจด